นอนสว่าง เสี่ยงอ้วน! สาวจีนวัย 20 ปี เปิดไฟนอนทุกคืน ทำน้ำหนักพุ่งทะลุ 100 กก. 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

30 มีนาคม 2569

นอนสว่าง เสี่ยงอ้วน! สาวจีนวัย 20 ปี เปิดไฟนอนทุกคืน ทำน้ำหนักพุ่งทะลุ 100 กก. 

ห้ะ!!! แค่เปิดไฟนอน ทำให้อ้วนได้ จริงเหรอ? 

เมื่อไม่นานมานี้ เฟซบุ๊ก Jeenthai Business Inside ได้โพสต์แชร์อุทาหรณ์ สาววัย 20 ปี ที่เปิดไฟนอน จนทำให้น้ำหนักพุ่งทะลุ 100 กก. ระบุว่า… 

 “กลัวความมืดจนต้องเปิดไฟนอน รู้ตัวอีกทีทำไมถึงอ้วนขึ้น?”  

กรณีของหญิงสาววัยชาวจีน วัย 20 ปี จากเมืองหนิงโป ที่ติดนิสัยเปิดไฟนอนจนน้ำหนักตัวพุ่งสูงถึง 100 กิโลกรัม ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก 

แพทย์วินิจฉัยว่า การได้รับแสงสว่างในเวลากลางคืนเป็นเวลานานส่งผลกระทบต่อนาฬิกาชีวภาพ ทำให้ระบบเผาผลาญพังทลายและสูญเสียการควบคุมความอยากอาหาร นี่คือภาวะโรคอ้วนที่เกิดจาก “มลภาวะทางแสง” 

 งานวิจัยจำนวนมาก ยืนยันว่า การเปิดไฟนอนไม่เพียงแต่ทำลายคุณภาพการนอนหลับ แต่ยังเป็นภัยเงียบที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างแนบเนียน 

ทำไมการ “เปิดไฟนอน” ถึงทำให้อ้วน? 

 ร่างกายมนุษย์มี “นาฬิกาชีวภาพ” ที่ถูกควบคุมโดยสมอง ซึ่งไวต่อแสงสว่างมาก แสงในเวลากลางคืนจะไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนและทำให้ระบบเผาผลาญรวน นำไปสู่ปฏิกิริยาลูกโซ่ ดังนี้ 

1)  ระดับเมลาโทนินลดลง 

เมลาโทนินไม่ได้มีหน้าที่แค่ช่วยให้นอนหลับ แต่ยังช่วยควบคุมความไวต่ออินซูลินและกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน แสงไฟยามค่ำคืนทำให้การหลั่งเมลาโทนินลดลงถึง 30%–50% ประสิทธิภาพในการสลายไขมันจึงลดลงตามไปด้วย 

2) เกิดภาวะดื้ออินซูลิน 

นาฬิกาชีวภาพที่ปั่นป่วนทำให้เซลล์ตอบสนองต่ออินซูลินได้แย่ลง น้ำตาลในเลือดจึงถูกเปลี่ยนไปสะสมเป็นไขมันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง 

3)  ฮอร์โมนความอยากอาหารเสียสมดุล 

แสงสว่างตอนกลางคืนจะไปเพิ่มระดับฮอร์โมนกระตุ้นความหิว หรือ เกรลิน (Ghrelin) และลดระดับฮอร์โมนความอิ่ม หรือ เลปติน (Leptin) ส่งผลให้ตื่นมาแล้วมีความอยากอาหารสูงมาก โดยเฉพาะของหวานและของทอด 

 ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ 

งานวิจัยพบว่า ผู้ที่นอนหลับในห้องที่มีแสงสว่างเป็นประจำ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนสูงกว่าคนที่นอนในห้องมืดสนิทถึง 22% และมักจะมีรอบเอวที่ใหญ่กว่า 

 แสงแบบไหนที่กำลังทำร้ายคุณ? 

 หลายคนคิดว่า “แค่ปิดไฟดวงใหญ่ก็พอแล้ว” แต่ในความเป็นจริง แม้เราจะหลับตา แสงก็ยังสามารถทะลุผ่านเปลือกตาเข้าไปรบกวนสมองได้ แสงแฝงที่ควรระวัง ได้แก่  

แสงสีฟ้าจากหน้าจอ จากการเล่นมือถือหรือแท็บเล็ตก่อนนอน  ไฟดวงเล็ก โคมไฟหัวเตียง หรือจุดไฟเล็กๆ จากสายชาร์จแบตเตอรี่ และ แสงไฟจากนอกหน้าต่าง อย่างไฟถนนหรือป้ายนีออนที่ส่องเข้ามาในห้อง 

4 เคล็ดลับจัดห้องนอนที่ดี 

 สภาพแวดล้อมที่มืดสนิทจะช่วยให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาซ่อมแซมร่างกายและเผาผลาญไขมันได้อย่างเต็มที่ 

1)  งดรับแสงสีฟ้า 1 ชั่วโมงก่อนนอน เลิกเล่นมือถือ เปลี่ยนเป็นการอ่านหนังสือเป็นเล่มหรือฟังพอดแคสต์แทน 

2)  ดับไฟทุกดวง ถอดปลั๊กสายชาร์จที่มีไฟ ปิดโคมไฟกลางคืน และใช้ผ้าม่านกันแสง (Blackout) เพื่อบล็อกแสงจากภายนอก 

3)  ใส่ผ้าปิดตา (หากจำเป็น) เลือกผ้าปิดตาที่กันแสงได้ดี เหมาะสำหรับคนที่ควบคุมแสงสว่างรอบตัวไม่ได้ 

4)  จัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ ควรเข้านอนก่อน 23.00 น. เพื่อให้นอนหลับได้ 7-8 ชั่วโมง และไม่ควรอดนอนหรือนอนชดเชยมากเกินไปในวันหยุด 

แพทย์แนะนำว่า หากมีอาการน้ำหนักขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ นอกจากการปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพการนอนหลับและการสัมผัสแสงสว่างในยามค่ำคืนร่วมด้วย 

เห็นแบบนี้แล้ว เช็กห้องนอนและพฤติกรรมการนอนกันหน่อยซิ ว่าทำให้ฮอร์โมนรวน จนเสี่ยงอ้วนหรือเปล่า?