บักกิงแฮม เผย พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เตรียมบินสหรัฐฯ เปิดโต๊ะถกปม “นาโต-อิหร่าน”
แพทตี้ อีจัน
3 นาทีก่อนหน้า

เมื่อไม่นานมานี้ สื่อต่างประเทศ รายงานว่า สำนักพระราชวังบักกิงแฮม ยืนยันว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา จะยังคงเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ (State Visit) เป็นเวลา 4 วัน เริ่มตั้งแต่วันนี้ (27 เม.ย.69) ตามกำหนดการเดิม แม้จะมีการทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดภายหลังเหตุการณ์กราดยิงในงานเลี้ยงซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วมเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
โดยการตัดสินใจเดินหน้ากำหนดการครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่วังและรัฐบาลทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกหารือกันอย่างเคร่งเครียด เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ที่มีคนพยายามบุกเข้าไปในงานเลี้ยงอาหารค่ำของผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว (White House Correspondents’ Dinner) พร้อมอาวุธปืน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่อารักขาต้องเร่งอพยพประธานาธิบดีทรัมป์และสมาชิกในคณะรัฐบาลออกจากที่เกิดเหตุทันที แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นายจากการปะทะกับคนร้าย

โฆษกสำนักพระราชวัง ระบุว่า พระเจ้าชาร์ลส์ทรงรับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและทรงรู้สึก “เบาพระทัยอย่างยิ่ง” ที่ประธานาธิบดีและแขกผู้มีเกียรติไม่ได้รับอันตราย ทั้งนี้ จะมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางประการในภารกิจบางช่วงเพื่อความเหมาะสมด้านความปลอดภัย แต่ภาพรวมของแผนการเยือนยังคงเดิม
การเสด็จฯ เยือนในครั้งนี้ถือเป็น การต้อนรับอาคันตุกะอย่างเป็นทางการครั้งแรกในสมัยที่สองของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยมีสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ เป็นผู้นำในการเตรียมงานเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ กำหนดการสำคัญประกอบด้วย
วันจันทร์: ประธานาธิบดีและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งจะรับเสด็จ ณ ทำเนียบขาว เพื่อร่วมเสวยน้ำชาในห้อง Green Room และเยี่ยมชม “รวงผึ้งทำเนียบขาว” (White House Beehive) แห่งใหม่ที่ขยายเพิ่มเติมบนสนามหญ้าด้านทิศใต้
วันอังคาร: พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ (State Arrival Ceremony) พร้อมการยิงสลุต 21 นัด และการสวนสนามของกองทัพจากทั้ง 6 เหล่าทัพของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การต้อนรับระดับรัฐ จากนั้นพระเจ้าชาร์ลส์จะทรงร่วมหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีทรัมป์ ณ ห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office)
ขณะที่ ทางนิวยอร์ก พระเจ้าชาร์ลส์จะเสด็จฯ ไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสรณ์สถาน 9/11 เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตชาวอังกฤษ 67 รายจากเหตุการณ์วินาศกรรมในปี 2001
อย่างไรก็ตาม การเสด็จฯ เยือนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะประเด็นความเห็นที่แตกต่างกันในสงครามอิหร่าน ซึ่งมีรายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมที่จะหยิบยก “ทุกเรื่อง” ขึ้นมาหารือกับพระเจ้าชาร์ลส์ รวมถึงประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางนี้ด้วย
แม้จะมีความตึงเครียดและเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น แต่ฝ่ายรัฐบาลสหราชอาณาจักรโดยนาย Darren Jones รมช.คลัง (Chief Secretary to the Treasury) ยืนยันว่าทั้งสองประเทศกำลังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าการเสด็จฯ เยือนครั้งประวัติศาสตร์นี้จะดำเนินไปอย่างสมพระเกียรติและปลอดภัยที่สุด