ทรัมป์ ฉุน อิหร่าน เจรจานิวเคลียร์ไม่ลงตัว ชั่งใจส่งทหารไปขู่

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

28 กุมภาพันธ์ 2569

ทรัมป์ ฉุน อิหร่าน เจรจานิวเคลียร์ไม่ลงตัว ชั่งใจส่งทหารไปขู่

ท่ามกลางการเจรจาของ สหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ด้านโครงการอาวุธยุทโธปกรณ์นิวเคลียร์ ล่าสุดดูเหมือนว่าจะจบไม่สวยซะแล้ว

(27 ก.พ. 69) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึง ความไม่พอใจ ในความคืบหน้าการเจรจากับอิหร่าน ที่เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ขณะที่ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างชั่งใจ การส่งกำลังทหารไปยังพื้นที่ตะวันออกกลาง 

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวก่อนเดินทางออกจากทำเนียบขาวไปยังรัฐเท็กซัส ว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะอนุมัติการโจมตีอิหร่าน หรือ ไม่ แต่ไม่พอใจกับวิธีการเจรจาของอิหร่าน 

“ผมไม่พอใจที่พวกเขาไม่เต็มใจที่จะให้สิ่งที่เราต้องการ” ทรัมป์ กล่าว

“ผมไม่ปลื้มกับเรื่องนี้เลย เราจะรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะคุยกันอีกทีภายหลัง” 

นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวว่า “ยังคงมีความเสี่ยงอยู่เสมอ” ที่จะเกิดสงครามยืดเยื้อกับอิหร่าน และย้ำว่า อิหร่านไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ 

“คงจะดีถ้าเราทำได้โดยไม่ต้องพึ่งกองทัพ แต่บางครั้งเราก็ต้องใช้กองทัพ เรามีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ไม่มีที่ไหนเทียบได้ ผมอยากจะไม่ต้องใช้มัน แต่บางครั้งเราก็ต้องใช้” ทรัมป์ กล่าว

ด้าน สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ ได้พบกับผู้เจรจาของอิหร่านในเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.) ที่ผ่านมา โดยในการเจรจามีโอมานเป็นผู้ไกล่เกลี่ย เพื่อเป้าหมายหลีกเลี่ยงการโจมตีทางทหารที่อาจเกิดขึ้นจากสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านเตือนว่า การโจมตีอาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศครั้งใหญ่

ขณะเดียวกัน เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังคงพิจารณาการโจมตีเพื่อ “รับประกันว่าอิหร่านจะไม่ได้รับอาวุธนิวเคลียร์” แต่ “ไม่มีโอกาส” ที่สหรัฐฯ จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง “โดยไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด” 

ทั้งนี้ การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน เกิดขึ้นเป็นช่วงเวลาหลายเดือนหลังจากที่สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง เมื่อมิถุนายนปีที่แล้ว และล่าสุด (24 ก.พ.) ทรัมป์ กล่าวในสุนทรพจน์แถลงนโยบายประจำปีว่า การโจมตีดังกล่าว “ทำลายโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านจนสิ้นซาก” แต่อิหร่าน ต้องการ “เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด” 

พร้อมย้ำว่า เขาต้องการให้ความขัดแย้งกับอิหร่านยุติลงด้วยวิธีการทางการทูตมากกว่า แต่จะใช้กำลังทหารหากเขาเห็นว่าจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เตหะรานสร้างอาวุธนิวเคลียร์ 

“ผมอยากแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีการทางการทูต แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ผมจะไม่ยอมให้ประเทศที่เป็นผู้สนับสนุนการก่อการร้ายอันดับ 1 ของโลก ซึ่งพวกเขาเป็นเช่นนั้นจริง ๆ มีอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด เรายอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นไม่ได้” ทรัมป์ กล่าวระหว่างการปราศรัยต่อที่ประชุมร่วมของรัฐสภา

คอยติดตามบทสรุปเรื่องจะจบอย่างไร.. ทรัมป์จะได้สิ่งที่ต้องการหรือไม่ ?

ขอบคุณข้อมูล : CBS News