“สเปน” ถอนทูตจากอิสราเอล ตอบโต้สงครามกาซา–อิหร่าน 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

12 มีนาคม 2569

“สเปน” ถอนทูตจากอิสราเอล ตอบโต้สงครามกาซา–อิหร่าน 

รัฐบาลสเปนตัดสินใจถอนเอกอัครราชทูตประจำอิสราเอลอย่างเป็นทางการ  

สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศย่ำแย่ลงเรื่อยๆ 

วานนี้ (11 มี.ค.69) Aljazeera สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ตามรายงานจากราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 10 มี.ค.69 ภายใต้ข้อเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหภาพยุโรป และความร่วมมือ ให้ยุติการดำรงตำแหน่งของนาง Ana María Sálomon Pérez ในฐานะเอกอัครราชทูตสเปนประจำรัฐอิสราเอล  

โดยแหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานเอกอัครราชทูตสเปนในกรุงเทลอาวีฟจะถูกเปลี่ยนมาดูแลโดยอุปทูต (charge d’affaires) แทน 

นายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำฝ่ายซ้ายเพียงไม่กี่คนในยุโรป ได้ประณามการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอลว่า “ไม่สามารถหาเหตุผลมาอ้างได้” (unjustifiable) พร้อมยืนยันจุดยืนของรัฐบาลมาดริดว่า “ไม่เอาสงคราม” 

นอกจากนี้ สเปนยังถือเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่วิพากษ์วิจารณ์การทำสงครามของอิสราเอลในกาซาอย่างรุนแรงและต่อเนื่องที่สุด 

ที่ผ่านมา รัฐบาลของนายซานเชซได้ดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมหลายประการเพื่อตอบโต้สถานการณ์ดังกล่าว ได้แก่ 

การคว่ำบาตรทางอาวุธ: ในเดือนตุลาคม รัฐสภาสเปนได้อนุมัติกฎหมายสั่งห้ามการขายอาวุธ เทคโนโลยีที่ใช้ได้สองทาง และอุปกรณ์ทางทหารให้แก่อิสราเอลโดยสิ้นเชิงและถาวร เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ 

การปฏิเสธการใช้ฐานทัพ: สเปนได้ปฏิเสธที่จะให้สหรัฐอเมริกาใช้ฐานทัพในประเทศเพื่อปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน 

การเคลื่อนไหวทางการทูตในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค โดยมีรายงานในช่วงเวลาเดียวกันระบุว่า มีการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันต่างชาติสองลำในท่าเรือ al-Faw ของอิรัก และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีขนาดใหญ่ในย่านชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต