อ่วม! พายุหิมะถล่มสหรัฐฯ หนาวทวีความรุนแรง คร่าแล้วกว่า 100 ชีวิต
แพทตี้ อีจัน
2 กุมภาพันธ์ 2569

โลกเราเริ่มอยู่อยาก นอกจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ และแผ่นดินไหวในไทยและหลายประเทศแล้ว ล่าสุดที่ทางตอนใต้ของสหรัฐฯ เกิดพายุหิมะรุนแรงพัดถล่มค่าชีวิตแล้วกว่า 100 ศพ
วานนี้ (1 ก.พ.69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า พายุฤดูหนาวมรณะพัดถล่มสหรัฐอเมริกาอย่างหนักหน่วงในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สภาพอากาศที่เลวร้ายเข้าขั้นวิปโยคนี้ไม่ได้มาแค่ลมหนาว แต่หอบเอาทั้งหิมะและน้ำแข็งมาถล่มจนกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ตอนนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตพุ่งสูงทะลุ 100 ศพไปแล้ว โดยกระจายตัวตั้งแต่รัฐเท็กซัสไปจนถึงนิวเจอร์ซีย์

สาเหตุความตายมีทั้งหนาวจนแข็งตาย (Hypothermia), สูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากเครื่องปั่นไฟ, และอุบัติเหตุสลดบนท้องถนน, แม้แต่กิจกรรมสนุกๆ ของเด็กอย่างการเล่นเลื่อนหิมะ (Sledding) ก็ยังกลายเป็นอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิต
และที่บีบหัวใจ คือ ในรัฐนิวยอร์ก พบศพผู้เสียชีวิตกลางแจ้งถึง 5 รายท่ามกลางอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ขณะที่ในรัฐมิสซิสซิปปีและเทนเนสซี กลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการขาดแคลนไฟฟ้า

นักอุตุนิยมวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “บอมบ์ไซโคลน” (Bomb Cyclone) ซึ่งเป็นการที่ความกดอากาศลดลงอย่างรวดเร็วทำให้พายุทวีความรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน ส่งผลให้เกิดหิมะตกหนักในพื้นที่ที่ไม่ค่อยได้เห็นหิมะมาก่อน เช่น รัฐนอร์ทแคโรไลนาและเซาท์แคโรไลนา ที่หิมะถล่มลงมาสูงถึง 30-60 เซนติเมตร
ความหนาวเย็นครั้งนี้ยังแผ่ลงไปถึงรัฐฟลอริดา ทำให้อุณหภูมิลดต่ำสุดในรอบหลายสิบปี จนกระทั่งอีกัวน่าที่เกาะตามต้นไม้ต้องสลบและร่วงลงมาบนพื้นดินเพราะร่างกายปรับตัวไม่ทัน
มีประชาชนนับล้านคนต้องเผชิญกับภาวะไม่มีไฟฟ้าใช้ บางครอบครัวต้องทนหนาวอยู่ในบ้านที่ไม่มีไฟฟ้านานเป็นสัปดาห์ มีรายงานว่าชายวัย 59 ปีรายหนึ่งในแนชวิลล์ ต้องใช้ “เครื่องทอดปลา” มาทำความร้อนเพื่อประทังชีวิต แม้จะรู้ว่าเสี่ยงตายจากก๊าซพิษก็ตาม, ขณะที่บนท้องถนนเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน มีเหตุรถชนวินาศสันตะโรนับร้อยคันบนทางหลวงอินเตอร์สเตต 85 และเที่ยวบินถูกยกเลิกไปมากกว่า 11,000 เที่ยวบิน
นักวิทยาศาสตร์จาก ClimaMeter ออกมาระบุว่า พายุครั้งนี้ถูกขยายความรุนแรงด้วย “น้ำมือมนุษย์” ผ่านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะโลกที่ร้อนขึ้นทำให้อากาศกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น เมื่อเจอกับอากาศหนาวจัด ความชื้นเหล่านั้นจึงกลายเป็นหิมะและน้ำแข็งที่ตกหนักขึ้นกว่าปกติถึง 20%
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความหนาว แต่นี่คือสัญญาณเตือนภัยจากธรรมชาติที่กำลังบอกว่า โลกของเรากำลังเปลี่ยนไปในทางที่น่ากลัวขึ้นทุกที ถึงเวลาที่เราจะหันมาใส่ใจโลกกันได้หรือยังคะ อย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นที่ไทย หรือที่ไหนอีกเลย
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก: Aljazeera, economictimes, spokesman
