ไขปม! จนท. เผย เหตุสามีภรรยาดับสลดบนเรือสำราญ เซ่น “ไวรัสฮันตา”?

น่ากลัวขึ้นทุกวัน! จนท. อาร์เจนตินา เผย ปมสามีภรรยาดับสลดบนเรือสำราญ เซ่น “ไวรัสฮันตา” คาดอาจติดเชื้อช่วงทัวร์ดูนกก่อนขึ้นเรือ

โรคร้ายซ่อนเงียบเเต่ตายได้เลยจากกรณี คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ ดับสลดเพราะติดเชื้อไวรัสฮันตา คาดตายช่วงดูนกในเมืองอุชัวยาก่อนขึ้นเรือ  

วันนี้(7 พ.ค.69) สื่อต่างประเทศ รายงานเรื่องไวรัสฮันตา เผยว่า จากกรณีที่ก่อนหน้านี้พบการระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือสำราญที่มุ่งหน้าสู่หมู่เกาะคานารี  ซึ่งหน่วยงานด้านสุขภาพของสหประชาชาติ เผยว่า ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฮันตา 2 ราย และผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 1 ราย ถูกอพยพออกจากเรือสำราญที่เป็นศูนย์กลางของการระบาดร้ายแรง จากนั้นเรือลำดังกล่าวได้ออกจากเคปเวิร์ดพร้อมผู้โดยสารเกือบ 150 คน ซึ่งถูกแยกกักตัวอยู่ในห้องโดยสาร และมุ่งหน้าไปยังหมู่เกาะคานารีของสเปน ซึ่งจากภาพเเสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในชุดป้องกันกำลังอพยพผู้ป่วย 3 ราย ซึ่ง 2 รายเดินทางถึงสนามบินอัมสเตอร์ดัมในเย็นวันพุธ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแยกกัน 

องค์การอนามัยโลก เผยเเล้วว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย และยังมีศพอีก 1 รายที่ยังคงอยู่บนเรือ จากผู้ป่วยที่บันทึกไว้ 8 ราย มี 5 รายได้รับการยืนยันจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ต้องบอกว่าไวรัสฮันตามักแพร่กระจายโดยการสูดดมมูลหนูที่ปนเปื้อน และสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากก็ตามเเละความเสี่ยงต่อสาธารณชนอยู่ในระดับต่ำ เเต่ก็ต้องระวังให้มากที่สุด  

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในยุโรปและแอฟริกากำลังพยายามระบุตัวบุคคลที่อาจสัมผัสกับผู้ที่ลงจากเรือไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเรือลำดังกล่าวออกเดินทางเมื่อวันที่ 1 เมษายนจากอเมริกาใต้เพื่อแวะจอดที่แอนตาร์กติกาและเกาะห่างไกลหลายแห่งในมหาสมุทรแอตแลนติก  ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อาร์เจนตินา 2 คนที่กำลังสอบสวนต้นกำเนิดของการระบาด สมมติฐานหลักของรัฐบาล คือ คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ติดเชื้อไวรัสขณะดูนกในเมืองอุชัวยา ก่อนขึ้นเรือ  ซึ่งเขาทั้งคู่ได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ทิ้งขยะระหว่างการท่องเที่ยว และอาจสัมผัสกับหนูหรือไม่ ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการสอบสวนอยู่ 

ตอนนี้สถานการณ์โรคระบาดก็ยังน่าห่วงค่ะ ถึงเเม้ว่าเราจะยังไม่เข้าขั้นที่จะเจอโรคระบาดนี้เเต่ก็ยังต้องคุมเเละติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องค่ะ  

ที่มา:  https://apnews.com/article/cruise-ship-hantavirus-andes-strain-south-africa-cb424510bb0c934c781f6bd42ce2e7c8