เกาหลีใต้ จี้ UN เอาจริง แก้ปัญหาสแกมเมอร์ค้ามนุษย์

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

17 ตุลาคม 2568

เกาหลีใต้ จี้ UN เอาจริง แก้ปัญหาสแกมเมอร์ค้ามนุษย์

นับตั้งแต่ประเด็นสุดฉาวที่เกิดขึ้นกับ นักศึกษาชายเกาหลีใต้วัย 22 ปี ซึ่งถูกล่อลวงไปทำงานผิดกฎหมาย ก่อนถูกทรมานร่างกายจนเสียชีวิต ทำให้ ทางการเกาหลีใต้ ออกมาตรการกำชับพลเมือง ห้ามเดินทางเข้าพื้นที่ต่าง ๆ 3 เมืองในกัมพูชา นั้น

วันนี้ (17 ต.ค. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ประเทศเกาหลีใต้ ได้ดำเนินการเรียกร้อง ให้มีการตอบสนองระหว่างประเทศอย่างสอดประสานกันที่องค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) เพื่อจัดการกับการค้ามนุษย์ขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางกรณีพลเมืองของเกาหลีใต้ที่ถูกบังคับใช้แรงงาน และกิจกรรมทางอาญาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในแหล่งฉ้อโกงของกัมพูชา

คิม ซังจิน รองเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำสหประชาชาติ เปิดเผยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับอาชญากรรม ซึ่งรวมถึงการค้ามนุษย์ การกักขังบังคับ และการทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้นโดยกลุ่มหลอกลวงในกัมพูชาที่มุ่งเป้าไปที่พลเมืองเกาหลีใต้ กระทั่งความไม่พอใจของประชาชนเริ่มปะทุขึ้น หลังจากพบศพนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ที่ภูเขาโบกอร์ จังหวัดกำปง ประเทศกัมพูชา เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2568

“วันนี้ ฉันอยากจะหยิบยกประเด็นการค้ามนุษย์ขึ้นมาพูดคุย และขอเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกและกลไกสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ รวมถึงคณะกรรมการชุดนี้ ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องต่อภัยคุกคามที่ร้ายแรงและต่อเนื่องของการค้ามนุษย์” คิม ซังจิน กล่าวระหว่างการสนทนาที่คณะกรรมการชุดที่ 3 ของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

“อาชญากรรมนี้มีความเกี่ยวพันกับอาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น การหลอกลวงทางออนไลน์ ดังจะเห็นได้จากจำนวนคดีที่เพิ่มขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่พุ่งเป้าไปที่พลเมืองของสาธารณรัฐเกาหลีและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการมีความร่วมมือระหว่างประเทศที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ เกาหลีใต้ เป็น 1 ในประเทศที่มีพลเมืองตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์จำนวนมาก ในการถูกใช้แรงงานบังคับและกระทำความผิดทางอาญาในสถานที่ฉ้อโกงทั่วประเทศกัมพูชา ตามข้อมูลจาก สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

ในการพูดครั้งนี้ คิม ซังจิน เน้นย้ำว่า “การเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ เป็นการละทิ้งความรับผิดชอบร่วมกันของเรา ซึ่งนำไปสู่อันตรายตลอดชีวิต การหายตัวไป และแม้แต่การเสียชีวิตของเหยื่อจำนวนนับไม่ถ้วน”

ตามข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ จำนวนกรณีที่รายงานว่า ชาวเกาหลีใต้สูญเสียการติดต่อหรือถูกกักตัวหลังจากเข้าสู่กัมพูชาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

จากเพียง 2 รายในปี 2564 มาเป็น 11 รายในปี 2565, 21 รายในปี 2566 และ 221 รายในปี 2567 โดย ณ เดือนสิงหาคมปีนี้ ยอดรวมได้เพิ่มขึ้นเป็น 330 รายแล้ว ในจำนวนนี้ ปีนี้คดีประมาณ 260 คดี และปีที่แล้ว 210 คดี ได้รับการแก้ไขแล้ว หลังจากยืนยันที่อยู่ของผู้สูญหายแล้ว ขณะที่จนถึงเดือนสิงหาคม ยังคงมีคดีที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอีกประมาณ 80 คดี เนื่องจากยังไม่สามารถยืนยันที่อยู่ได้

ขอบคุณข้อมูล : The Korea Herald