อินเดีย วิกฤต! ร้อนทะลุ 47 องศา ทำคนตายพุ่ง 37 ราย 

ร้อนปรอทแตก! อินเดีย วิกฤต เจอคลื่นความร้อนถล่ม อุณหภูมิแตะ 47 องศา ทำเสียชีวิตแล้ว 37 รายในสองรัฐ ด้านรัฐบาลเตรียมมอบเงินชดเชยราว 1.36 แสนบาท ให้ครอบครัวคนตาย

ร้อนจนตาย! อินเดีย สาหัสเจออุณหภูมิพุ่ง 47 องศา เสียชีวิตแล้ว 37 รายในสองรัฐ 

วานนี้ (24 พ.ค.69) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันเสาร์ ที่ 23 พ.ค.69 ที่ผ่านมา มีรายงานจาก สื่ออินเดีย ว่า คลื่นความร้อนที่ปกคลุมรัฐอานธรประเทศและรัฐเตลังคานาทางตอนใต้ของอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในสองรัฐนี้อย่างน้อย 37 รายแล้ว 

รัฐบาลประจำรัฐเตลังคานาออกประกาศเตือนภัย ขณะคลื่นความร้อนทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตจากอากาศร้อนจัดในเตลังคานาแล้ว 16 ราย ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นจะมอบเงินชดเชย 4,180 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.36 แสนบาท แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตแต่ละราย 

(220429) — AMRITSAR (INDIA), April 29, 2022 (Xinhua) — People have popsicles at the roadside during a heat wave in Amritsar, Punjab state, northern India, on April 29, 2022. A heat wave has gripped entire northern India, including Delhi, Rajasthan, Uttar Pradesh, Haryana, Himachal Pradesh and Punjab. (Str/Xinhua)

ส่วนรัฐอานธรประเทศซึ่งอยู่ใกล้เคียง มีผู้เสียชีวิตจากภาวะลมแดดอย่างน้อย 21 ราย โดยเอ็น จันทรบาบู ไนดู มุขมนตรีรัฐอานธรประเทศ ได้ประชุมทบทวนมาตรการเตรียมความพร้อมเมื่อวันศุกร์ (22 พ.ค.69)  

เพื่อปกป้องประชาชนจากคลื่นความร้อนรุนแรงและอุณหภูมิพุ่งสูง ทางการของทั้งสองรัฐได้แนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็ก รวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ดื่มน้ำให้เพียงพอและเลี่ยงออกไปสัมผัสแสงแดดโดยตรง 

ทั้งนี้ อินเดียยังครองอันดับพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดของโลกในวันเสาร์ (23 พ.ค.69) โดยข้อมูลจัดอันดับอุณหภูมิแบบเรียลไทม์จากแพลตฟอร์มติดตามคุณภาพอากาศเอคิวไค.อิน (AQI.in) เมื่อตอน 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เผยว่าพื้นที่ร้อนที่สุด 25 อันดับแรกของโลกทั้งหมดอยู่ในอินเดีย บ่งชี้ถึงระดับความรุนแรงของคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศ 

อุณหภูมิสูงสุดในการจัดอันดับโดยเอคิวไค.อินพุ่งแตะ 47 องศาเซลเซียส โดยเมืองพาราณสี เมืองอาซัมการ์ และเมืองเจาน์ปูร์ ครอง 3 อันดับแรกของโลกด้วยอุณหภูมิเท่ากันที่ 47 องศาเซลเซียส ขณะพื้นที่ส่วนใหญ่ในรายชื่อดังกล่าวอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ