“มาเลเซีย” ส่งเจ้าหน้าที่รัฐ 1 แสนคน ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
บวรวัฒน์ อีจัน
26 พฤศจิกายน 2568

ท่ามกลางอุทกภัยครั้งรุนแรงบนพื้นที่ภาคใต้ของประเทศอย่าง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ครอบคลุมแทบทุกพื้นที่ จนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าช่วยเหลือชาวบ้านผู้เดือดร้อนได้อย่างทันท่วงที เช่นเดียวกับ เพื่อนบ้านชายแดนอย่าง มาเลเซีย ซึ่งเผชิญวิกฤติลักษณะเดียวกัน โดยล่าสุด รัฐบาลมาเลเซีย ได้ Take Action ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

(24 พ.ย. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลมาเลเซีย ได้อนุมัติส่งกำลังพลจากหลายหน่วยงานรัฐกว่า 100,000 นาย ไปยังรัฐต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรุนแรงในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่จำนวนผู้อพยพยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตันศรี ชัมซุล อัซรี อาบู บาการ์ หัวหน้าเลขาธิการรัฐบาลมาเลเซีย กล่าวว่า ณ เช้าวันที่ (24 พ.ย.) มีผู้อพยพจากเหตุน้ำท่วม 11,009 คน จาก 3,839 ครอบครัว ซึ่งขณะนี้ได้ถูกช่วยเหลือไปยังศูนย์อพยพชั่วคราว (PPS) แล้ว ซึ่งการระดมพลทั่วประเทศประกอบด้วย กองทัพมาเลเซีย ตำรวจมาเลเซีย กรมดับเพลิงและกู้ภัย กองกำลังป้องกันพลเรือน กรมโยธาธิการและผังเมือง (RELA) และกรมโยธาธิการ
“สถานการณ์ภัยพิบัติมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดทุกวัน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน” อาบู บาการ์ กล่าว
หัวหน้าเลขาธิการรัฐบาลมาเลเซีย ได้ยืนยันว่า หน่วยงานการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (NADMA) ดำเนินการติดตามสถานการณ์ทุกวัน ผ่านศูนย์บัญชาการภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อรักษาความปลอดภัยสาธารณะในระดับสูงสุด
ณ เวลาเที่ยงวัน (24 พ.ย.) ข้อมูลจาก สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติมาเลเซีย (NADMA) ระบุว่า มีผู้อพยพ 11,518 คน จาก 4,056 ครอบครัว ครอบคลุม 13 เขต 7 รัฐ ซึ่งรัฐกลันตัน ยังคงเป็นรัฐที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยมีผู้อพยพ 8,259 คน จาก 33 ศูนย์ ตามมาด้วยรัฐปะลิส รัฐเปรัค รัฐเกดะห์ รัฐปีนัง รัฐตรังกานู และรัฐสลังงอร์

ขณะเดียวกัน (25 พ.ย. 68) สื่อท้องถิ่นมาเลเซีย เปิดเผยว่า ทีมอาสาสมัครมาเลเซีย ได้เปิดภารกิจฉุกเฉิน Hatyai SOS เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมช่วยเหลือได้แล้ว 310 ชีวิต
เล้ง เบง ตัต ประธานทีมดับเพลิงอาสาสมัครสุไหงเปตานี กล่าวว่า พวกเขาทั้งหมด 310 ชีวิต ได้ถูกนำตัวขึ้นรถบรรทุกพ่วง 3 คัน ไปยังเมืองด่านนอก ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงจากหาดใหญ่ ในสภาพอากาศแจ่มใสใกล้กับชายแดนมาเลเซีย-ไทย พร้อมเตรียมกลับมาชาวมาเลเซียคนอื่น ๆ ที่เผชิญกับวิกฤติดังกล่าวเช่นเดียวกัน
“ขณะนี้กำลังอพยพไปด่านนอกทั้งหมด แต่การเดินทางของเราค่อนข้างล่าช้า เนื่องจากมีผู้โดยสารจำนวนมาก และสภาพถนนยังถูกน้ำท่วมหลายพื้นที่”
“หลังจากส่งคนมาเลเซียกลุ่มนี้ไปที่ด่านนอกแล้ว รถบรรทุกพ่วงจะกลับมาที่หาดใหญ่เพื่อรับคนมาเลเซียคนอื่นๆ การเดินทางไปกลับครั้งนี้จะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง” เล้ง เบง ตัด กล่าว
นอกจากนี้ เขาได้เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กลุ่มอาสาสมัคร SOS ได้รับสายโทรศัพท์จากชาวมาเลเซียที่สิ้นหวังมากกว่า 1,000 สาย เพื่อขอความช่วยเหลือในการอพยพออกจากเมืองที่ถูกน้ำท่วม
เล้ง กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต โดยบางพื้นที่ระดับน้ำสูงถึงหน้าอกถึง 1.5 เมตร ทำให้การช่วยเหลือชาวมาเลเซียที่ติดอยู่เป็นเรื่องยาก พร้อมเสริมว่า ภารกิจนำชาวมาเลเซียที่ติดค้างในหาดใหญ่กลับประเทศจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้น แม้ว่าทีมกู้ภัยจะต้องเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ มากมายก็ตาม
“เรามีอาสาสมัคร 30 คน นำรถยนต์มา 10 คัน และเรืออีก 8 ลำ เราจะพยายามนำผู้ที่ติดค้างออกจากหาดใหญ่ หลายคนร้องไห้เพราะไม่มีอาหารกิน ฯลฯ เรารู้สึกเสียใจเช่นกัน” เขากล่าว
“อีจัน” ขอให้ผู้ประสบอุทกภัยทุกคนปลอดภัย