เกาหลีใต้ สั่ง! ออกกฎหมายใหม่ ห้ามเด็กใช้มือถือในเวลาเรียน เริ่มบังคับใช้ มี.ค. 2569 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

28 สิงหาคม 2568

เกาหลีใต้ สั่ง! ออกกฎหมายใหม่ ห้ามเด็กใช้มือถือในเวลาเรียน เริ่มบังคับใช้ มี.ค. 2569 

ห้ามเด็กๆใช้มือถือในห้องเรียนเด็ดขาด! 

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.68 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า ประเทศเกาหลีใต้  มีการออกคำสั่งผ่านกฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในห้องเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาหารติดสมาร์ทโฟนในเด็ก ทำให้เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่บังคับใช้กฎหมายนี้  

โดยร่างกฎหมายนี้ได้รับการอนุมัติด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 115 เสียงจากสมาชิกสภานิติบัญญัติ 163 คนที่เข้าร่วมประชุม และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมี.ค. ปี69 เป็นต้นไป โดยคำสั่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามแก้ไขปัญหาการติดสมาร์ทโฟนในเด็กและวัยรุ่น ซึ่งมีหลักฐานที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบด้านลบต่อการเรียน สุขภาพจิต และพัฒนาการทางสังคม โดยประเทศฝรั่งเศสและฟินแลนด์ได้บังคับใช้กฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์บางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่นักเรียนที่อายุน้อยส่วน ประเทศอิตาลี เนเธอร์แลนด์ และจีน ได้ออกกฎหมายควบคุมที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ทั้งนี้ในส่วนของประเทศออสเตรเลียยังได้บังคับใช้กฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์ในระดับรัฐ โดยรัฐวิกตอเรียและรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้ออกนโยบายห้ามใช้โทรศัพท์ในช่วงเวลาเรียนในทุกระดับชั้น 

ทั้งนี้กฎหมายในเกาหลีใต้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ให้อำนาจครูในการจำกัดการใช้โทรศัพท์ ไม่เพียงแต่ในชั้นเรียนเท่านั้นแต่ยังรวมถึงพื้นที่อื่นๆในโรงเรียนด้วย แต่ในกรณีที่นักเรียนที่พิการต้องใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือ รวมถึงกรณีฉุกเฉินและวัตถุประสงค์ทางการศึกษาจะได้รับข้อยกเว้น 

ในขณะเดียวกัน ด้านของ โช จองฮุน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคพลังประชาชน  ผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์ที่บ่งชี้ว่าการติดมือถือส่งผลเสียร้ายแรงต่อสมองและอารมณ์ของเด็ก โดยมีหลักฐานจากการสำรวจของรัฐบาลในปี 2567 ชาวเกาหลีใต้อายุ 10-19 ปี เกือบ 43% ถูกจัดว่าพึ่งพาสมาร์ทโฟนมากเกินไป ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศเกือบสองเท่า และผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเชื่อมต่อดิจิทัลมากที่สุดในโลก โดยชาวเกาหลีใต้ 99% ใช้งานอินเทอร์เน็ต และ 98% มีสมาร์ทโฟน ตามข้อมูลของศูนย์วิจัยพิว ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในบรรดา 27 ประเทศที่สำรวจในปี 2565 และ 2566 

ผู้ออกร่างกฎหมายฉบับนี้ รวมถึงผู้ปกครองและครู ต่างโต้แย้งว่าคำสั่งนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพราะเวลาเด็กไปโรงเรียน พวกเขาควรจะเรียนหนังสือ แต่ก็ควรสร้างมิตรภาพและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ แต่กลับไม่ได้จดจ่อที่การเรียนเพราะมัวแต่ติดมือถือออยู่ ซึ่งผู้ปกครองหลายคนก็กังวลว่าการใช้เวลาอยู่หน้าจอตลอดเวลาจะไม่ได้เข้าสังคมและพลาดในการเรียนรู้สิ่งต่างๆภายนอก รวมทั้งการหลอกลวงของไซเบอร์เช่นกัน ซึ่งได้มีการสอบถามด้านเด็กๆ ระบุว่า มีการใช้คำพูดดูถูกที่รุนแรงเกิน บนโซเชียลต่างๆ 

ส่วนผลสำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับครู พบว่า เกือบ 70% เคยประสบปัญหากับการสอนเนื่องจากนักเรียนใช้โทรศัพท์ โดยบางคนใช้สมาร์ทโฟนทำให้นักเรียนเสียสมาธิ และมีพฤติกรรมก้าวร้าว   

อย่างไรก็ตาม สำหรับกฎใหม่นี้ของประเทศเกาหลีก็ถือเป็นการช่วยเด็กให้ออกจากสังคมบนจอ ให้ออกมาอยู่ในสังคมโลกจริงมากขึ้นค่ะ  

ที่มา: เว็บไซต์ต่างประเทศ  TRT GLOBAL  https://trt.global/world/article/32c9667fafd6