แม้ความรุนแรงใน สงครามตะวันออกกลาง ที่ยืดเยื้อมานาน 2 เดือน จะเริ่มเบาลง และคู่ขัดแย้งต่าง ๆ ต่างหันหน้าเข้าสู่การเจรจาเพื่อสันติภาพ นั้น อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า กองทัพสหรัฐอเมริกา เปิดฉากโจมตีกองทัพอิหร่าน อีกครั้งแล้ว

(7 พ.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า กองทัพสหรัฐอเมริกา ได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายของอิหร่านบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการปะทุของความขัดแย้งร่วมกับเตหะรานอีกครั้ง
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า กองกำลังของตน “ได้กำจัดภัยคุกคามที่เข้ามา และโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านที่รับผิดชอบในการโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงฐานยิงขีปนาวุธและโดรน สถานที่บัญชาการและควบคุม และศูนย์ข่าวกรอง การเฝ้าระวัง และการลาดตระเวน”

อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ถือการโจมตีดังกล่าว เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย พร้อมย้ำข้อตกลงหยุดยิง ยังเดินหน้าต่อไป
“มันเป็นการแตะต้องอย่างอ่อนโยน” ทรัมป์ กล่าว “การหยุดยิงยังคงดำเนินต่อไป มันยังคงมีผลบังคับใช้”
ขณะที่ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุในแถลงการณ์ว่า “ไม่ได้ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย แต่ยังคงประจำการและพร้อมที่จะปกป้องกองกำลังอเมริกัน”
ด้านสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเกาะเกชม และเมืองบันดาร์อับบาส รวมถึงฐานทัพเรืออิหร่านในเมืองมินาบ เพื่อตอบโต้การโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเมืองฟูไจราห์ซึ่งเป็นศูนย์กลางน้ำมันของอิหร่าน
นอกจากนี้ ทรัมป์ โพสต์ Truth Social ยืนยันว่า เรือพิฆาต 3 ลำของสหรัฐฯ ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย และอ้างว่า อิหร่าน ได้รับความเสียหายหนัก โดยเรือลำเล็กหลายลำถูกจมสู่แม่น้ำ พร้อมกดดันให้เร่งบรรลุข้อตกลง
“เรือพิฆาตระดับโลกของอเมริกา 3 ลำ เพิ่งแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปได้อย่างปลอดภัยภายใต้การโจมตี เรือพิฆาตทั้งสามลำไม่ได้รับความเสียหาย แต่ฝ่ายอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนัก พวกมันถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงพร้อมกับเรือเล็กจำนวนมากที่ใช้ทดแทนกองทัพเรือที่ถูกทำลายไปอย่างสิ้นเชิง เรือเหล่านั้นจมลงสู่ก้นทะเลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ขีปนาวุธถูกยิงใส่เรือพิฆาตของเรา แต่ก็ถูกยิงตกอย่างง่ายดาย เช่นเดียวกับโดรนที่เข้ามาโจมตี แต่ก็ถูกเผาไหม้ขณะลอยอยู่ในอากาศ พวกมันร่วงลงสู่มหาสมุทรอย่างสวยงามราวกับผีเสื้อที่ร่วงลงสู่หลุมฝังศพ! ประเทศปกติคงจะปล่อยให้เรือพิฆาตเหล่านี้ผ่านไปได้ แต่อิหร่านไม่ใช่ประเทศปกติ พวกเขาถูกนำโดยพวกบ้าคลั่ง และถ้าพวกเขามีโอกาสใช้อาวุธนิวเคลียร์ พวกเขาก็จะทำอย่างแน่นอน
แต่พวกเขาจะไม่มีโอกาสนั้น และเช่นเดียวกับที่เราจัดการพวกเขาได้ในวันนี้ เราจะจัดการพวกเขาให้หนักหน่วงและรุนแรงกว่านี้ในอนาคต ถ้าพวกเขาไม่ยอมเซ็นสัญญาโดยเร็ว! เรือพิฆาตทั้งสามลำของเรา พร้อมลูกเรือที่ยอดเยี่ยม จะกลับเข้าร่วมการปิดล้อมทางทะเลของเรา ซึ่งเป็น “กำแพงเหล็ก” อย่างแท้จริง”

ขอบคุณข้อมูล : AIR & SPACE Force
