ตื่นตัวหรือตื่นเต้น? สหรัฐฯ ขู่หนักจะทดสอบนิวเคลียร์ หลังจีน-สหรัฐ ซุ่มทดลอง  

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

19 กุมภาพันธ์ 2569

ตื่นตัวหรือตื่นเต้น? สหรัฐฯ ขู่หนักจะทดสอบนิวเคลียร์ หลังจีน-สหรัฐ ซุ่มทดลอง  

เอาเเล้วสิ! จะทดสอบระเบิดรุนเเรงอีกเเล้ว  

เมื่อวันที่  18 ก.พ.69 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศ รายงานว่า  สหรัฐฯ พร้อมที่จะทำการทดสอบนิวเคลียร์ขนาดเล็กเพื่อตอบโต้การระเบิดลับที่ถูกกล่าวหาโดยจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นการยุติการระงับการทดสอบที่มีมานานหลายทศวรรษ ภายใต้สนธิสัญญา New START ซึ่งเป็นสนธิสัญญาฉบับสุดท้ายระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียที่จำกัดการติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ ได้หมดอายุลงในเดือนนี้ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้มีข้อตกลงใหม่ที่รวมถึงจีนด้วย ซึ่งทรัมป์ ได้บอกไว้ว่าสหรัฐฯ จะกลับมาทำการทดสอบบนพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน  

อย่างไรก็ตาม หลักการความเท่าเทียมกันนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของการตอบสนองต่อมาตรฐานก่อนหน้า ลองดูที่จีนหรือรัสเซียเป็นตัวอย่างเขาไม่ได้ประกาศกำหนดเวลา ซึ่งทรัมป์จะเป็นผู้ตัดสินใจ แต่การทดสอบใดๆ ก็ตามจะอยู่บนสนามแข่งขันที่เท่าเทียมกันเราจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเสียเปรียบอย่างไม่อาจยอมรับได้ คลังอาวุธนิวเคลียร์ของจีนยังคงมีขนาดเล็กกว่าของรัสเซียและสหรัฐอเมริกามาก แต่ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว จีนได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องให้เข้าร่วมการเจรจาเกี่ยวกับสนธิสัญญาสามฝ่ายฉบับใหม่แล้ว 

สหรัฐฯ ยืนยันข้อกล่าวหาต่อจีนอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ อีกคนหนึ่ง ในการประชุมสหประชาชาติที่เจนีวา ขณะที่สนธิสัญญานิวสตาร์ทหมดอายุลง ได้กล่าวหาจีนว่าทำการทดสอบนิวเคลียร์ขนาดเล็กในปี 2020 และกำลังเตรียมการระเบิดครั้งใหญ่กว่านี้ จีนบอกว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องจริงเเต่อย่างใด และเป็นข้ออ้างให้สหรัฐฯ กลับมาทำการทดสอบนิวเคลียร์อีกครั้ง 

หลังจากที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่าจีนทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ โรเบิร์ต ฟลอยด์ เลขาธิการบริหารขององค์การสนธิสัญญาห้ามทดสอบอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (CNOTA) เผยว่าองค์กรระหว่างประเทศก็ไม่พบเหตุการณ์อะะไรที่สอดคล้องกับลักษณะของการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เช่นกัน 

แต่ผู้ตรวจสอบของกลุ่มจะสามารถสังเกตการระเบิดได้ก็ต่อเมื่อมีขนาดเทียบเท่ากับทีเอ็นที 500 ตัน ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ของระเบิดของสหรัฐฯ ที่ทำลายล้างฮิโรชิมาและนางาซากิในปี 1945 ซึ่งเป็นการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์เพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ 

ต่อมา นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย เผยว่าเขาควรประเมินลำดับความสำคัญใหม่จากการเร่งให้สนธิสัญญาห้ามทดสอบนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์มีผลบังคับใช้ หากเจ้าหน้าที่ของเขาไม่สามารถสังเกตเห็นการทดสอบที่มีอานุภาพต่ำซึ่งให้ความรู้แก่ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ได้ โดยสนธิสัญญาดังกล่าวกลายเป็นเพียงฉากบังหน้าเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สนธิสัญญาของสหประชาชาติ ซึ่งจะห้ามการระเบิดนิวเคลียร์ทั้งหมด ยังไม่มีผลบังคับใช้ โดยมีเพียงฝรั่งเศสและอังกฤษเท่านั้นที่ให้สัตยาบัน 

ที่มา: เว็บไซต์ต่างประเทศ  https://hongkongfp.com/2026/02/18/us-says-will-match-alleged-chinese-low-yield-nuclear-tests/