“จีน” นำเด็กชาย นอนต่อเนื่อง 9 ชม. พบช่วยลดเสี่ยง ‘โรคอ้วน’ ได้
พอลลี่ อีจัน
27 ตุลาคม 2568

โห้ววววว การนอนช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคอ้วน จริงเหรอ?
วันนี้ (27 ต.ค.68) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า ผลการศึกษาใหม่จากสำนักงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยของสิงคโปร์ เปิดเผยว่าเด็กผู้ชายที่นอนหลับอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 9 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นต่อคืนตลอดทั้งสัปดาห์ มีความเสี่ยงเป็นโรคอ้วนลดลงร้อยละ 51 และมีไขมันหน้าท้องน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเด็กที่นอนหลับไม่เพียงพอ

การศึกษาดังกล่าวมีเด็กเข้าร่วม 638 คนจากสามกลุ่มชาติพันธุ์หลักของสิงคโปร์ โดยนำข้อมูลการนอนหลับที่รายงานโดยผู้ปกครอง การอ่านค่าจากเครื่องติดตามกิจกรรมแบบสวมใส่ บวกกับการสแกนภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) มาใช้เพื่อประเมินไขมันหน้าท้อง จากผลการค้นพบบ่งชี้ว่าเด็กชายที่นอนหลับตามระยะเวลาที่แนะนำมีไขมันลดลงอย่างเห็นได้ชัดในทุกบริเวณที่วัด ซึ่งรวมถึงไขมันใต้ผิวหนังและไขมันรอบอวัยวะภายใน ทั้งยังมีระดับของตัวบ่งชี้การอักเสบในเลือดที่เชื่อมโยงกับการอักเสบเรื้อรังและความเสี่ยงต่อโรคหัวใจลดลง ขณะที่ในกลุ่มเด็กผู้หญิงพบความสัมพันธ์ที่คล้ายกันแต่ไม่เด่นชัดนัก ซึ่งอาจสะท้อนถึงความแตกต่างทางชีวภาพหรือพฤติกรรมในการที่การนอนหลับมีผลต่อการสะสมไขมัน
ซึ่ง ไขมันในช่องท้อง โดยเฉพาะไขมันที่อยู่รอบอวัยวะภายใน มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับโรคเมตาบอลิก (metabolic diseases) เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจและหลอดเลือด คณะนักวิจัยยังพบว่าเด็กวัยเรียนหลายคนพยายามชดเชยการนอนหลับที่ไม่เพียงพอในวันธรรมดาด้วยการนอนหลับให้นานขึ้นในวันหยุดสุดสัปดาห์ เเปลว่าการนอนหลับให้เพียงพอเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคอ้วนหรือระดับไขมันหน้าท้อง
ชีหรง ไช ผู้เขียนอาวุโสของการศึกษาดังกล่าว ระบุว่า การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ปกครอง โรงเรียน และผู้กำหนดนโยบาย โดยชี้ให้เห็นว่านิสัยการนอนหลับที่สม่ำเสมอตลอดทั้งสัปดาห์เป็นสิ่งสำคัญต่อการปกป้องสุขภาพการเผาผลาญของเด็กๆ ไม่ใช่แค่การปล่อยให้เด็กนอนตื่นสายเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์
เเล้วลูกเพจล่ะคะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง?