สายการบินดัง Spirit Airlines ปิดกิจการ เหตุล้มละลาย

แบกต่อไม่ไหว! สายการบินดัง Spirit Airlines ประกาศปิดกิจการ เหตุล้มละลายการเงิน สู้ราคาน้ำมันแพงหลังสงครามไม่ไหว ทำพนักงาน 1.7 หมื่นคนตกงาน

เป็นอีกครั้งที่วิกฤติสงครามตะวันออกกลางพ่นพิษใส่ธุรกิจ..

(2 พ.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า สายการบิน สปิริต แอร์ไลน์ส (Spirit Airlines) ผู้บุกเบิกการเดินทางบนอากาศด้วยราคาประหยัด (Low Cost) จ่อปิดกิจการบริษัท เซ่นวิกฤติการเงินอย่างรุนแรง และนำไปสู่การล้มละลาย

รายงานระบุว่า Spirit Airlines อยู่ในภาวะล้มละลายเป็นครั้งที่ 2 และประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักมานานแล้วก่อนที่สงครามตะวันออกกลาง จะทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินพุ่งสูงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา สายการบินดังกล่าว ได้พยายามที่จะบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลทรัมป์ เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือในนาทีสุดท้าย แต่กลุ่มเจ้าหนี้หลักกลุ่มหนึ่งไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว

สายการบิน Spirit Airlines ถือเป็นสายการบินหลักของสหรัฐฯ แห่งแรกในรอบ 25 ปี ที่ต้องปิดกิจการเนื่องจากปัญหาทางการเงิน ซึ่งการปิดตัวลงครั้งนี้ จะทำให้ผู้โดยสารหลายพันคนต้องตกค้างและต้องปรับเปลี่ยนแผนการเดินทาง รวมถึงผู้โดยสารอีกหลายล้านคนที่ซื้อตั๋วล่วงหน้า เพราะ Spirit ได้ยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด ปิดฝ่ายบริการลูกค้า และแจ้งให้ลูกค้าอย่าเดินทางไปสนามบิน อย่างไรก็ดี สายการบินได้แจ้งว่า ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วกับ Spirit จะได้รับเงินคืน และได้รับคำแนะนำให้จองการเดินทางใหม่กับสายการบินอื่น

“เราภาคภูมิใจในผลกระทบของโมเดลสายการบินต้นทุนต่ำพิเศษของเราที่มีต่ออุตสาหกรรมตลอด 34 ปีที่ผ่านมา และหวังว่าจะได้ให้บริการผู้โดยสารของเราต่อไปอีกหลายปี” สปิริต กล่าวในแถลงการณ์

“ด้วยความผิดหวังอย่างยิ่งที่เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 สายการบินสปิริตได้เริ่มดำเนินการยุติการดำเนินงานอย่างเป็นระเบียบ โดยมีผลทันที”

ทั้งนี้ การปิดกิจการดังกล่าว จะทำให้พนักงานสายการบินกว่า 17,000 คนต้องตกงาน และอาจส่งผลให้ค่าโดยสารสูงขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมสายการบินของสหรัฐฯ ด้วย โดยก่อนหน้านี้ บริษัทได้ประกาศช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ว่าได้บรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้  เพื่อก้าวพ้นจากภาวะล้มละลายครั้งล่าสุดโดยมีหนี้สินน้อยลงและสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ แต่ 3 วันต่อมา สงครามอิหร่านได้เริ่มต้นขึ้น กระทบถึงปริมาณน้ำมันดิบของโลก ลดลงประมาณ 20% และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินพุ่งสูงขึ้น

ขอบคุณข้อมูล : CBS News