ประธานาธิบดีอิหร่าน ลั่น พร้อมเจรจากับสหรัฐฯอย่างยุติธรรมเเล้ว
พอลลี่ อีจัน
4 กุมภาพันธ์ 2569

อิหร่าน กลับลำเจรจากับสหรัฐ อย่างยุติธรรมที่สุด!
เมื่อวันที่ 3 ก.พ.69 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศ theguardian ได้ออกมา รายงานว่า ประธานาธิบดีอิหร่าน เผยว่า เตหะรานพร้อมที่จะเจรจาอย่าง “ยุติธรรม” กับสหรัฐฯ โดย มาซูด เปเซชเกียน สั่งการให้รัฐมนตรีต่างประเทศแสวงหาการเจรจากับสหรัฐฯ ขณะที่ทรัมป์เตือนว่าหากไม่มีข้อตกลงใดๆสิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้นเเบบไม่คาดคิด

โดยประธานาธิบดีอิหร่าน เผยว่า เขาได้สั่งการให้รัฐมนตรีต่างประเทศของเขาดำเนินการเจรจาอย่างยุติธรรมและเท่าเทียมกับสหรัฐฯ ขณะที่ทั้งสองประเทศเตรียมส่งทูตระดับสูงไปปยังอิสตันบูลเพื่อเจรจาครั้งสำคัญเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในปลายสัปดาห์นี้
ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ได้บอกว่า ข้าพเจ้าได้สั่งการให้รัฐมนตรีต่างประเทศของข้าพเจ้า ดำเนินการเจรจาอย่างยุติธรรมและเท่าเทียม โดยมีเงื่อนไขว่าสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม – ปราศจากภัยคุกคามและความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผล – โดยยึดหลักการของศักดิ์ศรี ความรอบคอบ และความเหมาะสม ขณะที่เรือรบและเครื่องบินรบของสหรัฐฯ รวมตัวกันในภูมิภาคเพื่อเตรียมโจมตีอิหร่าน รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน อับบาส อาราคชี ได้กล่าวว่าการเจรจาอาจเกิดขึ้นในไม่ช้า โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าอิหร่านกำลังเจรจากับเราอย่างจริงจังโดยบอกเป็นนัยๆถึงข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีทางทหารต่อเตหะราน
ทรัมป์ได้บอกว่าการเจรจากำลังเกิดขึ้นเรามีเรือมุ่งหน้าไปยังอิหร่านในขณะนี้ เรือขนาดใหญ่ – ใหญ่ที่สุดและดีที่สุด และเรากำลังเจรจากับอิหร่านอยู่ และเราจะดูว่าทุกอย่างจะเป็นอย่างไร… ถ้าเราสามารถหาข้อตกลงได้ นั่นจะเยี่ยมมาก เเต่ถ้าทำไม่ได้ อาจจะเกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการระบุวันที่แน่นอนสำหรับการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ แต่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเตหะรานเผยว่าได้มีการหารือหลายประเด็นแล้ว และเรากำลังตรวจสอบและสรุปรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการทางการทูต ซึ่งเราหวังว่าจะได้ข้อสรุปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

การประชุมครั้งนี้จะเป็นการประชุมครั้งแรกระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านนับตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว ไม่นานก่อนที่อิสราเอลและต่อมาสหรัฐฯ จะโจมตีฐานนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่านในช่วงสงคราม 12 วันในเดือนมิถุนายน ระหว่างความขัดแย้ง อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายร้อยลูกใส่เมืองและหมู่บ้านในอิสราเอล ซึ่งหลายลูกถูกสกัดกั้นโดยเครื่องบินสกัด เเละทรัมป์ได้ส่ง “กองเรือขนาดใหญ่” ประกอบด้วยเรือและเครื่องบินรบไปยังภูมิภาคดังกล่าวเพื่อตอบโต้การปราบปรามผู้ประท้วงอย่างโหดร้ายของอิหร่าน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน โดยนักเคลื่อนไหวอ้างว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30,000 คนจากการสังหารหมู่ของรัฐบาล กองเรือเหล่านั้นรวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln พร้อมด้วยเรือพิฆาตขีปนาวุธนำวิถีและเครื่องบินรบหลายสิบลำที่สามารถโจมตีผู้นำอิหร่าน เป้าหมายทางทหาร หรือโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้ ประธานาธิบดีได้แสดงท่าทีว่าต้องการให้อิหร่านเจรจาข้อตกลงใหม่เพื่อยุติการผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงที่อาจใช้ในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ และเพื่อยุติโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน ภาพถ่ายดาวเทียมใหม่ที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วระบุว่าอิหร่านได้สร้างหลังคาใหม่ทับอาคารที่เสียหายในโรงงานอิสฟาฮานและนาตันซ์หลังจากการโจมตีในเดือนมิถุนายนโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล
ทรัมป์ยังได้กล่าวเป็นนัยว่าเขากำลังพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลว่าความพยายามที่จะโค่นล้มผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี อาจจุดชนวนสงครามในภูมิภาค
ต้องรอจับตาดูสถานการณ์กันอีกครั้งนะคะว่าการตกลงจะเป็นอย่างไรเเละจะตกลงได้เเบบที่ไม่มีสงครามเกิดขึ้นหรือไม่?
ที่มา: สื่อต่างประเทศ https://www.theguardian.com/world/2026/feb/02/iran-abbas-araghchi-talks-us-nuclear-deal