ญี่ปุ่นเตือน ห้ามเข้าใกล้ โลมาไร้คู่ เก็บกดทางเพศ-ทำร้ายคน
ขวัญ อีจัน
27 สิงหาคม 2567

หากพูดถึงโลมา หลายคนก็คงจะนึกภาพถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เป็นมิตรและเข้ากับมนุษย์ได้เป็นอย่างดี แต่นั่นไม่ใช่สำหรับโลมาตัวหนึ่งที่เมืองมิฮามะ จ.ฟูกูอิ ประเทศญี่ปุ่น หลังหน่วยงานท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวห้ามเข้าใกล้โลมาตัวนี้เพราะเสี่ยงที่จะถูกทำร้าย หรืออย่างร้ายแรงคือโดนลากลงไปในทะเล
สื่อต่างประเทศรายงาน สถิติที่นักท่องเที่ยวถูกโลมาทำร้ายนั้นเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจในพื้นที่ทะเล จ.ฟูกูอิ อย่างน้อย 18 คน รวมถึงมีเด็กนักเรียนถูกกัดและต้องเย็บแผลกว่า 20 เข็ม โดยปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายอย่างน้อย 6 รายด้วยกัน ในจำนวนนี้มีนักว่ายน้ำคนหนึ่งถูกโจมตีจนถึงขั้นซี่โครงหักเลยทีเดียว

ด้าน นายทาดามิจิ โมริซากะ ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาทางทะเล จากมหาวิทยาลัยมิเอะของญี่ปุ่น เผยว่า โลมาที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการทำร้าย หรือโจมตีมนุษย์ในครั้งนี้เป็นตัวเดียวกันทั้งหมด โดยสามารถดูได้จากครีบที่หลังของมันซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนลายนิ้วมือของคน ในโลมาแต่ละตัวจะมีรอยบาก สัน และสีที่แตกต่างกัน และจากการสังเกตในแต่ละครั้งล่าสุดพบว่าโลมากัดนิ้วเด็กนักเรียนนั้นมีครีบหลังตรงกับโลมาตัวหนึ่งที่มีความยาวกว่า 2.5 เมตร และเคยถูกพบเห็นที่นอกชายฝั่งเมืองฟูกุอิ ที่สำคัญโลมาตัวนี้มันอาศัยอยู่ตามลำพังไม่ได้อยู่เป้นฝูงเหมือนกับโลมาตัวอื่น ๆ
อ.โมริซากะ กล่าวอีกว่า โลมาหัวขวดตัวผู้จะมีวิธีการสื่อสาร คือ การกัดเล่นกัน พวกมันไม่ได้เจตนาที่จะทำร้ายมนุษย์ แต่นั่นเป็นวิธีที่พวกมันใช้สื่อสารกับมนุษย์ แต่คนอื่น ๆ อาจจะตั้งข้อสังเกตว่ามันเป็นการทำร้ายร่างกาย พร้อมกับตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใด โดยมีการสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากความเก็บกด หรือความต้องการทางเพศ

ขณะที่ นักชีววิทยาและผู้วิจัยหลักของโครงการวิจัยโลมาและฉลาม นายไซมอน อัลเลน กล่าวว่า โลมาปากขวดเป็นสัตว์สังคมที่มีการแสดงออกทางกายภาพ โลมาก็เหมือนกับมนุษย์และสัตว์สังคมอื่น ๆ เมื่อระดับฮอร์โมนแปรปรวน เก็บกดทางเพศหรือต้องการเป็นจ่าฝูงก็อาจจะเป็นแรงขับทำให้ทำร้ายคนที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วยและเนื่องจากโลมามีพลังมาก จึงอาจทำคนได้รรับบาดเจ็บสาหัสได้ โลมาตัวนี้อาจถูกขับออกจากฝูงและกำลังแสวงหาเพื่อนที่ไม่ใช่โลมาก็เป็นได้ เพราะโลมาก็เหมือนกับมนุษย์และสัตว์อื่น ๆ ที่มีความแปรปรวนขอฮอร์โมนส่งผลให้เกิดการมีปฏิกิริยาหรือการแสดงออกในมุมต่าง ๆ ซึ่งโลมาตัวนี้อาจถูกขับออกจากฝูงด้วยเหตุผลบางอย่างและมันอาจกำลังมองหาเพื่อนใหม่ที่ไม่ใช่โลมานั่นเอง

อย่างไรก็ตาม แมทเธียส ฮอฟฟ์มันน์-คุนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า โลมาตัวนี้อาจแค่กำลังป้องกันตนเอง เนื่องจากมีมนุษย์เข้าใกล้มันมากจนเกินไป โดยสามารถอ้างอิงได้จากการที่มีผู้คนพยายามที่จะขี่หลัง หรือเอานิ้วแหย่รูหายใจของมัน จึงเป็นเรื่องปกติที่สัตว์เหล่านี้จะเริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าว หรือบางทีโลมาตัวนี้อาจจะพบเจอกับมนุษย์ที่ปฏิบัติกับมันไม่ดีมาก่อนมันจึงแสดงออกในลักษณะนี้ ที่สำคัญพวกมันมีความจำที่ดีมาก มันจำได้ว่าใครเคยทำร้ายมันมาก่อน ดร.แมทเธียส กล่าว
ขอบคุณข้อมูลจาก : telegraph