เขมร ลั่น ไม่ย้ายออก “หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว” ขอยอมตายที่นี่

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

3 ตุลาคม 2568

เขมร ลั่น ไม่ย้ายออก “หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว” ขอยอมตายที่นี่

ยังคงเป็นปัญหาคาราคาซัง สำหรับกรณีขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะการุกรานของมวลกัมพูชา ในพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งมีหลักฐานว่าอยู่ในเขตอธิปไตยของประเทศไทยอย่างชัดเจน นั้น

ล่าสุดวันนี้ (3 ต.ค. 68) สื่อกัมพูชา Khmer Times รายงานว่า ประชาชนกัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประกาศไม่ยอมย้ายออกจากพื้นที่ หลังจากใกล้ถึงกำหนดเส้นตายการผลักดันออกจากพื้นที่ของกองทัพไทย โดยชาวบ้านกัมพูชา ให้คำมั่นว่า พร้อมจะปกป้องทรัพย์สินของตน แม้ฝ่ายไทยจะขู่รื้อถอนหากไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง และต้องยอมเสียชีวิตก็ตาม

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดยังคงเพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่หมู่บ้านโจกเจย (บ้านหนองจาน) และเปรยจัน (บ้านหนองหญ้าแก้ว) โดยอ้างว่าเกิดจากภัยคุกคามปฏิบัติการทางทหารไทย ซึ่งขณะนี้ ทางการกัมพูชา ได้ปิดถนนบางส่วนใกล้ลวดหนาม และฐานทัพ พร้อมเฝ้าติดตามกิจกรรมทางทหารของไทยที่เข้มข้น รวมถึงการเคลื่อนพล ยุทโธปกรณ์หนัก และการตรวจสอบในพื้นที่พิพาท ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์รายงานว่ามีรถถัง รถหุ้มเกราะ 8 ล้อ ปืนใหญ่ รถบรรทุกน้ำขนาดใหญ่ และรถสนับสนุนจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามพื้นที่โจกเจย

เมื่อวานนี้ (2 ต.ค. 68) กลุ่มชาวบ้านกัมพูชาได้ปฏิเสธคำขาดดังกล่าวจากกองทัพไทย ซึ่งทางการกัมพูชา ให้คำมั่นว่าจะปกป้องพลเมืองของตนอย่างสุดความสามารถ ขณะที่กองทัพไทยอ้างว่า มีชาวกัมพูชาประมาณ 200 ครัวเรือน “อาศัยอยู่ในดินแดนไทย” โดยอ้างถึงแผนที่ฝ่ายเดียวที่กัมพูชาไม่เคยยอมรับ โดยกองทัพกัมพูชาอ้างว่า ขณะนี้กองทัพไทย มีกิจกรรมทางทหารเพิ่มมากขึ้นตามแนวชายแดนใกล้หมู่บ้าน 2 แห่ง โดยมีการส่งทหาร อุปกรณ์หนัก และตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าในพื้นที่พิพาท

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งกัมพูชา ได้ยื่นคำร้องคัดค้านอย่างเป็นทางการ ต่อแผนการของไทยที่จะใช้กฎหมายภายในประเทศกับพลเมืองกัมพูชา ในพื้นที่โจกเจยและเปรยจัน ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของกัมพูชา

ด้าน อม เรียเตรย (Oum Reatrey) ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ได้เรียกร้องให้คู่เจรจาประเทศไทย ให้ความร่วมมือกับกัมพูชาในการปฏิบัติตามมติของการประชุมพิเศษของคณะกรรมการเขตแดนร่วม (GBC) เมื่อ (10 ก.ย. 68) อย่างเต็มที่ โดยข้อ 8.1 ของการประชุม ได้สั่งให้จังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชาและจังหวัดสระแก้วของไทย ทำงานร่วมกันเพื่อจัดการสถานการณ์โดยสันติในพื้นที่ รวมถึงการระงับกิจกรรมที่อาจยกระดับข้อพิพาทหรือความตึงเครียดจนกว่าคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองประเทศจะบรรลุข้อยุติ

“ประเด็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความยากลำบากในการแก้ไขปัญหาชายแดน ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องเคารพข้อตกลง และหลักการที่ได้ตกลงกันไว้แล้วอย่างเต็มที่” อม เรียเตรย กล่าว

ข้อมูล : Khmer Times