ใครเอามา! ตุรกียึด “ลูกกอริลลา” คาสนามบิน – คาดเตรียมลักลอบเข้าไทย
บวรวัฒน์ อีจัน
24 ธันวาคม 2567

เมื่อวันที่ (21 ธ.ค.67) มีรายงานว่า ทางการตุรกีสามารถตรวจยึด “ลูกกอริลลา” ได้ที่สนามบินอิสตันบูล หลังถูกนำส่งมาจากประเทศไนจีเรีย ซึ่งทราบว่าปลายทางของสินค้าดังกล่าวจะถูกจัดส่งที่ประเทศไทย

โดยเพจเฟซบุ๊ก World Forum ข่าวสารต่างประเทศ ได้โพสต์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน โพสต์ระบุว่า
“ตุรกี : สนามบินอิสตันบูล
พบลูก กอริลลา นั่ง งง งง ในกรง กำลังถูกส่งมากรุงเทพ ประเทศไทย
23.12.2024. ทีมปฏิบัติการสนามบินอิสตันบูลได้ติดตามสินค้าประเภทกรง ส่งจากไนจีเรีย มายัง กรุงเทพฯ ประเทศไทย
ทีมศุลกากรเข้าสกัดกั้นความพยายามในการลักลอบนำลูก กอริลลา สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ส่งผ่านสนามบินอิสตันบูลสำเร็จ
ทีมงานตรวจพบ กรงบรรจุลิงสายพันธุ์ ‘กอริลลา ‘ ซึ่งใกล้สูญพันธุ์ กอริลลา อยู่ในบัญชีที่ 1 ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) คาดว่ามาจากขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่า ส่งผ่านสนามบินอิสตันบูล หลังตรวจพบ ลูกกอริลลาถูกส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรและป่าไม้เพื่อดูแล จากข้อมูลล่าสุด ตอนนี้อาการของลูก กอริลลา ดีขึ้นกว่าตอนแรกที่พบในกรง อยู่ระหว่างเฝ้าดูอาการ
*หมายเหตุ จากข้อมูลปี 2023 ในไนจีเรียมีกอริลลาอยู่ประมาณ 100 ตัว ใกล้สูญพันธุ์”

โดยกระทรวงการค้าตุรกี เปิดเผยว่า กอริลลาดังกล่าวเดินทางมาถึงตุรกี ด้วยบรรจุลังไม้ ซึ่งต้นทางมาจากไนจีเรีย และมีจุดหมายปลายทางสุดท้ายคือ กรุงเทพมหานคร
หลังการจับกุม ลูกกอริลลาถูกส่งมอบให้กับหน่วยงานอุทยานแห่งชาติ และกำลังพยายามฟื้นฟู ดูแลลูกกอริลลาตัวดังกล่าว โดยเผยว่าสุขภาพของกอริลลากำลังดีขึ้น และจะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ต่อไป
การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปกป้องสัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติโดยทีมบังคับใช้กฎหมายศุลกากรจากกระทรวงการค้าของตุรกี
ทั้งนี้ ยังไม่ทราบถึงตัวผู้ลักลอบขนส่งลูกกอริลลาตัวนี้ ซึ่งมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า (WFFT) กล่าวว่า หวังว่าเจ้าหน้าที่จะร่วมกันเปิดโปงผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องให้ได้ ชี้ในยุคสังคมปัจจุบัน ไม่สมควรมีเรื่องลักลอบขนกอริลล่าข้ามประเทศแบบนี้เกิดขึ้นได้อีกต่อไป
ลูกกอริลลาดังกล่าวเป็นสายพันธุ์กอริลลาตะวันตก ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่ควรได้รับการคุ้มครองจากการแสวงหาประโยชน์ พร้อมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ระบุว่าการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ใกล้สูญพันธุ์จะได้รับอนุญาตเฉพาะในสถานการณ์พิเศษ เช่น การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เท่านั้น

ขอบคุณข้อมูล : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ