ปธน.มาดากัสการ์ หนีตายนอกประเทศ เซ่นปม Gen Z ประท้วง

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

14 ตุลาคม 2568

ปธน.มาดากัสการ์ หนีตายนอกประเทศ เซ่นปม Gen Z ประท้วง

ในปี 2025 นี้ คำว่า วัยรุ่น Gen Z อาจกลายเป็นคำแสลงต่อผู้นำหลายประเทศ นับตั้งแต่การรวมตัวประท้วงรัฐบาลเนปาล เมื่อ 11 ก.ย. 68 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 50 คน และทรัพย์สินรัฐบาลเสียหาย จนไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ รวมถึง เปรู ที่กลุ่มวัยรุ่น Gen Z ได้ก่อเหตุประท้วงผู้นำ เหตุต่อต้านปฏิรูปบำนาญ และปัญหาคอร์รัปชั่น นั้น ล่าสุดเหตุการณ์ซ้ำรอย ได้เกิดขึ้นอีกครั้งกับ 1 ในชาติโซนแอฟริกาตะวันออก อย่าง มาดากัสการ์

(13 ต.ค. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า อันดรี ราโจเอลินา (Andry Rajoelina) ประธานาธิบดีแห่งมาดากัสการ์ วัย 51 ปี ได้ตัดสิบใจหลบหนีออกนอกประเทศด้วยเครื่องบินทหารฝรั่งเศสเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนถึงกำหนดกล่าวปราศรัยต่อประชาชน

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งรัฐฝรั่งเศส RFI รายงานว่า อันดรี ราโจเอลินา ได้เดินทางออกจากกรุงอันตานานาริโว หลังจากทำข้อตกลงกับ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งทางสถานีวิทยุยังระบุว่า ประธานาธิบดีอาจมุ่งหน้าไปดูไบ

โดย อันดรี ราโจเอลินา ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกระหว่างปี พ.ศ. 2552 ถึง พ.ศ. 2557 ก่อนที่จะกลับมามีอำนาจอีกครั้งในปี พ.ศ. 2566 แต่ถึงอย่างนั้น (25 ก.ย. 68) ราโจเอลินา ได้สูญเสียการสนับสนุนจากหน่วยทหารสำคัญ ที่เข้าร่วมกับนักเคลื่อนไหวเยาวชนที่รู้จักกันในชื่อ “Gen Z มาดากัสการ์” เพื่อประท้วงต่อต้านการทุจริตและความยากจนเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนน้ำและไฟฟ้า กระทั่งความรุนแรงได้ขยายตัวกลายเป็นการลุกฮือขึ้นเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในวงกว้าง เช่น การทุจริต การปกครองที่ผิดพลาด และการขาดแคลนบริการขั้นพื้นฐาน

ซึ่งเหตุการณ์สุดท้ายที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ (13 ต.ค.) ประชาชนจำนวนมาก หลั่งไหลมาที่จัตุรัสหน้าศาลาว่าการเมืองอันตานานาริโว พร้อมกับโบกธงและตะโกนคำขวัญ ซึ่งในกลุ่มผู้ประท้วงนี้ มีเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วย Capsat ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษที่มีบทบาทสำคัญในการรัฐประหารในปี 2009 (ช่วงที่ ราโจเอลินา ขึ้นตำแหน่งประธานาธิบดี) หลังจากการประท้วงครั้งใหญ่บีบให้ มาร์ค ราวาโลมานานา (Marc Ravalomanana) อดีตประธานาธิบดีต้องออกจากตำแหน่ง

ทั้งนี้ สหประชาชาติได้รายงานยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย อย่างไรก็ตาม ราโจเอลินา ได้โต้แย้งจำนวนผู้เสียชีวิต โดยกล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมี “ผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 12 ราย และบุคคลเหล่านี้ทั้งหมดเป็นพวกปล้นสะดมและทำลายทรัพย์สิน”

ขอบคุณข้อมูล : The Guardian