เฝ้าระวัง “ไวรัสฮันตา” สิงคโปร์แยกกักตัว 2 คน โยงคลัสเตอร์บนเรือสำราญ 

เฝ้าระวัง “ไวรัสฮันตา” สิงคโปร์ คุมเข้มแยกกักตัวชาวสิงคโปร์ 2 คน เกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์บนเรือสำราญ MV Hondius ย้ำ ยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสเฉพาะทาง อาการอาจรุนแรงถึงชีวิต

“ไวรัสฮันตา” โรคระบาดใหม่ ที่ไม่ควรมองข้าม 

ล่าสุดวันนี้ (8 พ.ค.69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า สำนักงานควบคุมโรคติดต่อ (CDA) ของสิงคโปร์เปิดเผยว่า ได้ทำการแยกกักตัวและตรวจหาเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) กับผู้พำนักในสิงคโปร์ 2 ราย ที่มีความเชื่อมโยงกับการระบาดบนเรือสำราญ ผู้พำนักทั้ง 2 รายประกอบด้วย ชายชาวสิงคโปร์วัย 67 ปี ซึ่งเดินทางกลับมาถึงเมื่อวันที่ 2 พ.ค.69 และชายวัย 65 ปี ซึ่งเป็นผู้พำนักถาวร (PR) ที่เดินทางกลับมาถึงเมื่อวันที่ 6 พ.ค.69 

โดยไทม์ไลน์ความเสี่ยงและการสัมผัสเชื้อเริ่มจากการตรวจสอบพบว่าชายทั้ง 2 รายได้ร่วมเดินทางไปกับเรือสำราญ MV Hondius ซึ่งออกเดินทางจากท่าเรืออุชัวยา ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 1 เม.ย.69 ที่ผ่านมา  

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังได้ร่วมเดินทางในเที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสฮันตา ระหว่างการเดินทางจากเกาะเซนต์เฮเลนาไปยังเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.69  โดยผู้ป่วยรายดังกล่าวไม่ได้เดินทางเข้าสู่สิงคโปร์และเสียชีวิตแล้วในเวลาต่อมา 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้มีความเสี่ยงทั้ง 2 รายถูกกักตัวอยู่ที่ศูนย์โรคอุบัติใหม่แห่งชาติ (NCID) เพื่อรอผลการตรวจเชื้อ โดยคนนึงมีอาการป่วยเล็กน้อย มีน้ำมูกไหล แต่อาการโดยรวมยังแข็งแรงดี ส่วนอีกคนยังไม่แสดงอาการใดๆ ทาง CDA ยืนยันว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปในสิงคโปร์ขณะนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ 

ซึ่งถ้าผลการตรวจเชื้อเป็นลบ ทั้งสองจะต้องถูกกักตัวต่อเป็นเวลา 30 วันนับจากวันที่สัมผัสเชื้อครั้งสุดท้าย เพื่อเฝ้าดูอาการเนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักเริ่มแสดงอาการ และหลังจากนั้นจะมีการติดตามอาการผ่านทางโทรศัพท์จนครบ 45 วัน ซึ่งเป็นระยะฟักตัวสูงสุดของโรค แต่หากผลตรวจเป็นบวก ทั้งคู่จะต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อรับการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโรคนี้อาจมีความรุนแรงถึงชีวิต 

ระวังกันด้วยนะคะ ล่าสุดพบว่ามีผู้ป่วย 8 รายที่เชื่อมโยงกับกลุ่มการระบาดบนเรือลำนี้ ซึ่งผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย 

สำคัญ คือ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสเฉพาะทาง  

โดยจะเน้นการรักษาตามอาการในโรงพยาบาลเป็นหลักค่ะ