หรือ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” จะเปลี่ยนที่กบดานใหม่?
ล่าสุดวานนี้ (17 พ.ค.69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการศรีลังกา แสดงความกังวลหนัก หลังจากพบว่าประเทศอาจกำลังกลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ โดยมีการจับกุมชาวต่างชาติที่ต้องสงสัยว่าเป็นนักต้มตุ๋นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการกวาดล้างอย่างหนักในแหล่งกบดานเดิมอย่างกัมพูชาและเมียนมา
โฆษกตำรวจศรีลังกา เฟรดริก วูตเลอร์ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ตำรวจได้จับกุมชาวต่างชาติไปแล้วกว่า 1,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน เวียดนาม และอินเดีย ในข้อหาพัวพันกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ ตัวเลขนี้ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีการจับกุมเพียง 430 รายตลอดทั้งปี

หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถสกัดจับชาวจีน 9 คนที่พยายามลักลอบนำเข้าโทรศัพท์มือถือและแล็ปท็อปใช้แล้วจำนวนหลายร้อยเครื่อง ซึ่งต้องสงสัยว่าจะถูกนำไปใช้ในปฏิบัติการต้มตุ๋นขนาดใหญ่
โดยสาเหตุที่เป็นศรีลังกา แหล่งข่าวระบุว่าเครือข่ายอาชญากรเหล่านี้ถูกบีบให้ออกจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเลือกย้ายฐานปฏิบัติการมายังศรีลังกาเนื่องจากปัจจัยเกื้อหนุนหลายประการ ได้แก่
นโยบายวีซ่าที่ผ่อนปรน: ศรีลังกามีระบบวีซ่าท่องเที่ยว 30 วันที่ขอได้ง่ายสำหรับพลเมืองกว่า 40 ประเทศ รวมถึงอินเดียและจีน
โครงสร้างพื้นฐาน: ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่มีความเสถียรและเชื่อถือได้
สถานที่กบดาน: กลุ่มอาชญากรมักเช่าพื้นที่ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์หรู วิลล่า ไปจนถึงอาคารสำนักงานเพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการ
ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ปฏิบัติการของแก๊งเหล่านี้ มีตั้งแต่การหลอกลวงให้รัก (Romance Scams), การหลอกลงทุนในคริปโตเคอเรนซี ไปจนถึงแพลตฟอร์มการพนันออนไลน์ จากเดิมที่เน้นกลุ่มเป้าหมายที่พูดภาษาจีน ปัจจุบันได้ขยายไปยังหลายภาษาและพุ่งเป้าไปที่เหยื่อทั่วเอเชีย เช่น อินเดีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์
นอกจากนี้ ทางการยังกำลังสืบสวนว่ากลุ่มอาชญากรข้ามชาติเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์ต่อกระทรวงการคลังของศรีลังกา ซึ่งสร้างความเสียหายถึง 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อไม่นานมานี้หรือไม่
ด้านตำรวจศรีลังกา ได้เริ่มมาตรการเชิงรุกด้วยการ ออกคำเตือนไปยังเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ไม่ให้ปล่อยเช่าที่พักแก่กลุ่มคนต้องสงสัย หากพบว่ามีส่วนสนับสนุนกิจกรรมอาชญากรรมอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการบุกทลายแหล่งกบดานหลายแห่ง เช่น ในเขต Galle และ Matara ซึ่งจับกุมผู้ต้องหาชาวอินเดียได้ 192 คน และชาวเนปาล 29 คนภายในคืนเดียว
สถานทูตจีนในกรุงโคลอมโบ ยืนยันว่า รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับแนวโน้มการเคลื่อนย้ายของอาชญากรกลุ่มนี้ และพร้อมที่จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของศรีลังกาเพื่อกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้ให้หมดไป
ขณะที่ รายงานจากสหประชาชาติ (UN) ระบุว่ามีผู้คนอย่างน้อย 300,000 คนถูกหลอกลวงหรือค้ามนุษย์เข้าสู่ขบวนการต้มตุ๋นออนไลน์ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ในศรีลังกาจะยังไม่พบหลักฐานการค้ามนุษย์ต่างชาติเข้ามาในประเทศ แต่พบว่ามีชาวศรีลังกาจำนวนมากที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากศูนย์ต้มตุ๋นในต่างประเทศในช่วงปีที่ผ่านมา
จับตากันต่อไป หากมีความคืบหน้าจะอัปเดตให้ทราบ ยังไงก็ระวังกันด้วยนะคะ
