“น้ำท่วมเท็กซัส” วิกฤติ! ยอดดับทะลุ 100 ราย
บวรวัฒน์ อีจัน
8 กรกฎาคม 2568

4 วันผ่านไป ยังไม่มีท่าทีจะคลี่คลายลง สำหรับสถานการณ์ “น้ำท่วมครั้งใหญ่” ในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตพุ่งแตะหลักร้อยรายแล้ว

วันนี้ (8 ก.ค. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยในรัฐเท็กซัสตอนกลาง ยืนยันยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 104 ราย ขณะที่พายุฝนยังคงกระหน่ำลงมาในพื้นที่
สำนักงานนายอำเภอเคาน์ตีเคียร์ ยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่าขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 84 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ใหญ่ 56 รายและเด็ก 28 ราย อีกทั้งอยู่ระหว่างการพิสูจน์ตัวตนของผู้ใหญ่ 22 รายและเด็ก 10 ราย
ซึ่งโศกนาฎกรรมน้ำท่วมใหญ่นี้ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเขตเคอร์ ซึ่งแม่น้ำกัวดาลูเปถูกน้ำท่วมอย่างรวดเร็วจากฝนที่ตกหนัก ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มขึ้นมากกว่า 20 ฟุตในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่จะไหลลงสู่เมืองเคอร์วิลล์ ที่มีประชากร 24,000 คน

ด้าน แลร์รี่ ลีตา นายอำเภอเคาน์ตีเคียร์ เปิดเผยว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิตมีเด็กและที่ปรึกษาจาก Camp Mystic อย่างน้อย 27 คนซึ่งเป็นค่ายฤดูร้อนสำหรับเด็กผู้หญิงล้วน และยังมีเด็กผู้หญิงอย่างน้อย 10 คนและที่ปรึกษา 1 คนสูญหาย
“รัฐเท็กซัสกำลังโศกเศร้าเสียใจอยู่ในขณะนี้ ความเจ็บปวด ความตกตะลึงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้หัวใจของรัฐแตกสลาย”
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เริ่มดำเนินการค้นหาผู้สูญหายทางอากาศ ทางบก และทางน้ำอีกครั้ง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในเท็กซัสตอนกลางว่ายังคงมีอันตรายจากน้ำท่วมเฉียบพลับ โดยเฉพาะพื้นที่ฮิลล์คันทรี เนื่องจากพายุพัดถล่มพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ถนนถูกน้ำท่วมขัง

ขณะที่ฟากทำเนียบขาว ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศลงนามให้รัฐเท็กซัส เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ และเตรียมลงพื้นที่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้
“ฉันเพิ่งลงนามประกาศภัยพิบัติครั้งใหญ่สำหรับเขตเคอร์ รัฐเท็กซัส เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยผู้กล้าหาญของเราจะมีทรัพยากรที่จำเป็นทันที” แถลงการณ์ดังกล่าวระบุ
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็น “ภัยพิบัติระดับชาติที่เกิดขึ้นครั้งหนึ่งในรอบชั่วอายุคน” และขอร้องว่า “ทุกคนในพื้นที่ให้เฝ้าระวัง รับฟังคำเตือนทั้งหมด และตอบสนองตามความเหมาะสม”
“อีจัน” ขอร่วมส่งกำลังใจให้ชาวเท็กซัส ผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปให้ได้ครับ
ขอบคุณข้อมูล : USA Today