“ทรัมป์” เตือน NATO ระวังเดือดร้อน หากไม่หนุน “สหรัฐฯ” คุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ
บวรวัฒน์ อีจัน
16 มีนาคม 2569

สงครามตะวันออกกลาง ที่ยืดเยื้อมานานสู่สัปดาห์ที่ 3 ยังคงมีความตึงเครียดโดยเฉพาะเรื่อง น้ำมันดิบ ที่ อิหร่าน ประกาศปิดเส้นทางขนส่ง ช่องแคบฮอร์มุซ ยุทธศาสตร์สำคัญการเดินเรือขนส่งน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อภาวะ เศรษฐกิจน้ำมันโลก ทำให้ราคาน้ำมันผันผวนไม่หยุด โดย 1 ในชาติที่ได้รับผลกระทบอย่าง สหรัฐอเมริกา เดินหน้าแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือจากหลายฝ่าย นั้น

วันนี้ (16 มี.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือน องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) อาจเผชิญอนาคตที่เลวร้าย หากไม่ให้การสนับสนุน สหรัฐอเมริกา ในการเผชิญหน้าทางทหารกับอิหร่าน และในการรักษาความปลอดภัยของ ช่องแคบฮอร์มุซ แหล่งน้ำมันดิบสำคัญของโลกที่เตหะรานปิดตาย
ทรัมป์ กล่าวกับ Financial Times ว่า ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพันธมิตรนั้น ผูกพันมากขึ้นเรื่อย ๆ กับระดับการมีส่วนร่วมของสมาชิกในการสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ
“เป็นเรื่องยุติธรรมแล้วที่ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากช่องแคบนี้ จะต้องมีส่วนร่วมในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใด ๆ ขึ้นที่นั่น” พร้อมย้ำว่า ยุโรปและจีน พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเม็กซิโกอย่างมาก ซึ่งแตกต่างจากสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้น ภายหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่อการปฏิเสธของสมาชิกนาโตบางชาติ โดยเฉพาะ สหราชอาณาจักร ที่จะไม่จัดหาฐานทัพหรืออนุญาตให้ใช้ฐานทัพร่วมในการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน โดยเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น บททดสอบความมุ่งมั่นของพันธมิตร และการแบ่งเบาภาระ ซึ่ง ทรัมป์ เน้นย้ำว่า หากไม่มีการตอบสนองต่อคำร้องขอของสหรัฐฯ หรือหากการตอบสนองเป็นไปในเชิงลบ เชื่อว่าสิ่งนี้จะส่งผลร้ายแรงต่ออนาคตของนาโต
ขณะเดียวกัน ส่วนของประเทศจีนนั้น ทรัมป์ ขู่ว่าจะเลื่อนการประชุมสุดยอดที่กำลังจะเกิดขึ้นกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่ปักกิ่ง ในปลายเดือนมีนาคม หากไม่ให้ความร่วมมือในการรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันถึง 90% ของจีน
ขอบคุณข้อมูล : SANA
