น่ากลัวมาก! “โรคอีโบลา” ระบาดครั้งใหม่ ไม่ใช่สายพันธุ์เดิม
ในคองโก จัดได้ว่า “วิกฤต” เสียชีวิตแล้ว 65 ราย
วานนี้ (15 พ.ค.69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ยืนยันการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในจังหวัดอิตูรี (Ituri) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 65 ราย
โดยมีผู้ป่วยต้องสงสัยแล้วกว่า 246 ราย ในพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับความขัดแย้งและมีพรมแดนติดกับประเทศยูแกนดาและซูดานใต้
สิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษในการระบาดครั้งนี้คือ ผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการพบว่าเชื้อที่แพร่ระบาดคือสายพันธุ์ บันดิบูเกียว (Bundibugyo) ซึ่งแตกต่างจากสายพันธุ์ซาร์ (Zaire) ที่มักพบในการระบาดครั้งก่อนๆ
โดยปัจจุบันสายพันธุ์บันดิบูเกียวยัง ไม่มีวัคซีนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งาน ทำให้การควบคุมโรคเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น
จากการสุ่มตรวจตัวอย่าง 20 ตัวอย่าง โดยสถาบันวิจัยชีวการแพทย์แห่งชาติของคองโก พบเชื้อสายพันธุ์นี้ใน 13 ตัวอย่าง

ความรุนแรงของสถานการณ์ได้ขยายวงกว้างไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยกระทรวงสาธารณสุขของยูแกนดา เปิดเผยว่า พบชายวัย 59 ปีรายหนึ่งเสียชีวิตจากเชื้ออีโบลาในโรงพยาบาลที่กรุงกัมปาลา หลังจากเดินทางมาจากคองโก ซึ่งถือเป็นกรณีการนำเข้าเชื้อข้ามพรมแดน
ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) แสดงความกังวลอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่ระบาดหลักอย่างเมืองมองก์วาลู (Mongwalu) และรวัมพารา (Rwampara) เป็นเมืองเหมืองแร่ที่มีการเคลื่อนย้ายของประชากรสูง ซึ่งเอื้อต่อการแพร่กระจายของโรคได้ง่าย
เพื่อตอบโต้ภาวะฉุกเฉินนี้ Africa CDC ได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับทางการของคองโก ยูแกนดา ซูดานใต้ รวมถึงองค์การอนามัยโลก (WHO) และบริษัทเวชภัณฑ์
ในขณะที่องค์กร Direct Relief ได้เสนอความช่วยเหลือด้านการแพทย์และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ให้กับหน่วยงานที่ตอบโต้การระบาดในพื้นที่ เนื่องจากอีโบลาเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 90% และแพร่กระจายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งจากร่างกายผู้ป่วยโดยตรง
ด้าน ดร. ไมเคิล เฮด นักวิจัยอาวุโสด้านสุขภาพโลก ระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้เกิดการระบาดซ้ำซากในภูมิภาคนี้ประกอบด้วยปัจจัยหลายด้าน ทั้งการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างมนุษย์กับสัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรค เช่น ค้างคาว การเคลื่อนย้ายของผู้คนระหว่างพื้นที่ชนบทและเมือง รวมถึงสภาพภูมิอากาศแบบเขตร้อนและพื้นที่ป่าฝนที่หนาแน่น
ซึ่งการระบาดครั้งนี้ ถือเป็นการระบาดของอีโบลาครั้งที่ 17 ที่มีการบันทึกไว้ในคองโก

