อินโดฯ สั่งเฆี่ยน 2 ชาย “กอดจูบในห้องน้ำ” ละเมิดกฎศาสนา

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

27 สิงหาคม 2568

อินโดฯ สั่งเฆี่ยน 2 ชาย “กอดจูบในห้องน้ำ” ละเมิดกฎศาสนา

ถือเป็นหนึ่งเหตุการณ์สุดสะเทือนใจในอินโดนีเซีย.. หลังจากชาวบ้านนับร้อยคน ยืนมุงดูการลงโทษที่หลายคนไม่คิดว่าจะยังคงเกิดขึ้นในโลกยุคนี้..

(26 ส.ค. 68) สื่อต่างประเทศ เปิดเผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองบันดาอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย หลังจากเจ้าหน้าที่ศาสนา ได้ทำการลงโทษชายหนุ่มวัย 20 และ 21 ปี รวม 2 คน โดยการเฆี่ยนด้วยไม้หวายจนหลังลาย เลือดซึม ด้วยเหตุเพราะทั้งคู่กอดจูบในห้องน้ำ

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจากเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่สวนสาธารณะ “ตามันซารี” กลางเมืองบันดาอาเจะห์ หลังมีชาวบ้านพบเห็นชาย 2 คนเดินเข้าห้องน้ำสาธารณะด้วยกัน และมีพฤติกรรมน่าสงสัย ก่อนรีบแจ้งตำรวจศาสนา (Wilayatul Hisbah) ให้เข้าตรวจสอบ เมื่อบุกเข้าไปจึงพบว่าทั้งคู่กำลังกอดและจูบกันในห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทันที

หลังการสอบสวนและพิจารณาคดี ศาลชารีอะห์ได้ตัดสินว่าการกอดและจูบกันในที่ลับตาเช่นนี้ เข้าข่าย “การกระทำที่นำไปสู่เพศสัมพันธ์ต้องห้าม” ตามกฎหมายอิสลามในอาเจะห์ และตัดสินให้ทั้งคู่รับโทษเฆี่ยนคนละ 80 ครั้ง

ต่อมา การลงโทษจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ณ สวนสาธารณะบัสตานุสซาลาติน มีการตั้งเวทีไม้ และให้ผู้ต้องโทษคุกเข่า พร้อมมีเจ้าหน้าที่สวมชุดคลุมและหน้ากากดำทำการเฆี่ยน ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความหดหู่ ท่ามกลางชาวบ้านนับ 100 คนที่มายืนล้อมดู พร้อมส่งเสียงตลอดเหตุการณ์

อาเจะห์ ถือเป็นจังหวัดเดียวของอินโดนีเซียที่บังคับใช้กฎหมายชารีอะห์เต็มรูปแบบ การเฆี่ยนต่อหน้าสาธารณชนถือเป็นบทลงโทษปกติ ซึ่งความผิดที่ถูกลงโทษมีตั้งแต่การเล่นการพนัน ดื่มแอลกอฮอล์ มีชู้ ไม่ไปละหมาดวันศุกร์ ไปจนถึงการใส่เสื้อผ้ารัดรูปของผู้หญิง และการแสดงออกทางเพศสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน นอกจากชาย 2 คนนี้แล้ว ในวันเดียวกันยังมีผู้ถูกเฆี่ยนอีก 8 ราย ในข้อหาคบชู้และเล่นการพนัน

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรกที่อาเจะห์ลงโทษคดีรักร่วมเพศด้วยการเฆี่ยน เมื่อปี 2558 มีการเฆี่ยนต่อหน้าสาธารณชนมาแล้วอย่างน้อย 4 ครั้ง โดยกฎหมายชารีอะห์ที่ขยายครอบคลุมทั้งชาวมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้องค์กรสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศออกมาประณามอย่างหนัก โดย Amnesty International ระบุว่าเป็น “การละเมิดสิทธิที่โหดร้ายและเป็นการเลือกปฏิบัติที่รัฐอนุญาต” พร้อมชี้ว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่ที่ยินยอมกัน ไม่ควรถูกทำให้เป็นอาชญากรรม”

ขณะที่ ไมดินา รามาวาตี จากสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอินโดนีเซีย ระบุว่า “การเฆี่ยนต่อหน้าสาธารณชนเป็นการลงโทษที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และยังทำให้ภาพลักษณ์อินโดนีเซียเสียหาย” แต่ในอีกด้านหนึ่ง ชาวบ้านบางส่วนกลับเห็นว่าบทลงโทษนี้จำเป็น อาทิ ชาวบ้านรายหนึ่งให้ความเห็นว่า “โทษนี้จะเป็นอุทาหรณ์ ทำให้คนไม่กล้าทำผิดอีก”

แล้วลูกเพจคิดเห็นอย่าไรกับเรื่องนี้บ้างคะ ? การลงโทษแบบนี้เหมาะสมแล้วจริง ๆ หรือ..

ขอบคุณข้อมูล : CBS News