“เนทันยาฮู” ยัน ถล่มอิหร่าน ป้องกันภัยคุกคาม ยกย่อง “ทรัมป์” ภาวะผู้นำประวัติศาสตร์

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

28 กุมภาพันธ์ 2569

“เนทันยาฮู” ยัน ถล่มอิหร่าน ป้องกันภัยคุกคาม ยกย่อง “ทรัมป์” ภาวะผู้นำประวัติศาสตร์

จากเหตุการณ์ช่วงบ่ายวันนี้ (28 ก.พ. 69) กองทัพอิสราเอล เปิดฉากโจมตีกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน โดยได้รับความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา พร้อมให้เหตุผลว่า เพื่อขจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล กระทั่งอิหร่าน เตรียมกำลังตอบโต้กลับแล้ว นั้น

ในเวลาต่อมา เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติการโจมตีนี้เป็น “ปฏิบัติการร่วม” กับสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อรับมือ “ภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่” จากรัฐบาลอิหร่าน 

เนทันยาฮู กล่าวว่า ผู้นำอิหร่านเป็น “ระบอบการปกครองที่โหดเหี้ยม” ซึ่งไม่ควรได้รับอนุญาตให้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมเสนอแนะว่า การโจมตีดังกล่าวอาจเปิดทางให้ประชาชนอิหร่าน “กำหนดชะตาชีวิตตัวเองได้” รวมถึง กล่าวแสดงความขอบคุณไปยัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สำหรับการแสดง “ภาวะผู้นำทางประวัติศาสตร์” 

ขณะที่ ทรัมป์ โพสต์วิดีโอผ่าน Truth Social ที่มีความยาว 8 นาที โดยยืนยันว่า กองกำลังอเมริกันได้เริ่ม “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ในอิหร่านแล้ว พร้อมสาบานว่าจะ “ทำลายขีปนาวุธของพวกเขาและทำลายอุตสาหกรรมขีปนาวุธของพวกเขาให้ราบเป็นหน้าดิน” และย้ำว่า กองทัพเรือของอิหร่านจะ “ถูกทำลายล้าง”

นอกจากนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นข้อเสนอให้แก่ทหารอิหร่าน คือ “ได้รับความคุ้มครอง” หากยอมจำนน หรือ “ตายอย่างแน่นอน” หากขัดขืน และพูดกับชาวอิหร่านทั่วไปโดยตรงว่า “ชั่วโมงแห่งอิสรภาพของพวกท่านใกล้เข้ามาแล้ว”

ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากแรงกดดันทางการทูตอย่างหนักและการเสริมกำลังทางทหารในภูมิภาคเป็นเวลาหลายสัปดาห์ อีกทั้งล่าสุด ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่อการเจรจาที่โครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน

กลายเป็นการเปิดสงครามอย่างเต็มตัว โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะจบลงแบบไหน

ขอบคุณข้อมูล : NDTV