บาห์เรน จี้ UN ไฟเขียวมติใช้กำลัง เปิด “ช่องแคบฮฮร์มุซ”
บวรวัฒน์ อีจัน
6 เมษายน 2569

เมื่อสงครามตะวันออกกลาง ไม่ใช่แค่เรื่องสำคัญของ 3 ประเทศคู่ขัดแย้งอย่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน หลังจากแรงสะเทือนนี้ ได้กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลกทั้ง น้ำมัน สินค้าอุปโภคบริโภค จากการปิดเส้นทางสัญจรเรือส่งสินค้าของอิหร่านอย่าง ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหลายฝ่ายเรียกร้องให้อิหร่าน กลับมาเปิดโดยเร็วที่สุด นั้น

วันนี้ (6 เม.ย. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า อับดุลลาติฟ บิน ราชิด อัล ซายานี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งบาห์เรน ได้เรียกร้องให้ องค์การสหประชาชาติ (U.N.) ออกมติอนุญาตให้ใช้กำลังต่อการเปิดเส้นทางสัญจร ช่องแคบฮอร์มุซ อีกครั้ง เพื่อป้องกันวิกฤตด้านมนุษยธรรมและเศรษฐกิจ
อัล ซายานี กล่าวว่า “ร่างมตินี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะเพิ่มความตึงเครียด แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กรอบการทำงานเพื่อป้องกันการล่มสลายของระบบระหว่างประเทศต่อไป โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือและการขนส่ง ตลอดจนป้องกันการโจมตีเพิ่มเติม”

ก่อนหน้านี้ บาห์เรน ได้ลดทอนข้อเสนอมติขององค์การสหประชาชาติ เกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากจีนและรัสเซีย เกี่ยวกับการอนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ ใช้กำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ ซึ่งอิหร่าน ได้ปิดกั้นการขนส่งทางเรือทั่วโลก
ร่างข้อเสนอฉบับสุดท้ายนั้น ได้อนุญาตให้ดำเนินการป้องกัน แต่ไม่ใช่การโจมตี เพื่อให้มั่นใจว่าเรือสามารถแล่นผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย โดยปกติแล้ว 1 ใน 5 ของน้ำมันทั่วโลกจะผ่านเส้นทางน้ำนี้ ซึ่งการที่อิหร่านควบคุมเส้นทางน้ำนี้ในช่วงสงครามได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
โดยร่างฉบับแรกของบาห์เรนจะอนุญาตให้ประเทศต่างๆ “ใช้ทุกวิถีทางที่จำเป็น” ซึ่งรวมถึงการดำเนินการทางทหาร “ในช่องแคบฮอร์มุซ อ่าวเปอร์เซีย และอ่าวโอมาน” เพื่อรักษาเส้นทางเดินเรือ และยับยั้งความพยายามแทรกแซงการเดินเรือ ขณะที่ รัสเซีย จีน และฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่มีอำนาจยับยั้งในคณะมนตรีความมั่นคง 15 ประเทศ ต่างแสดงการคัดค้านการอนุมัติการใช้กำลังทางทหาร

ขอบคุณข้อมูล : TechFlow