“ทรัมป์” สั่งระงับทำวีซ่านักเรียน เร่งตรวจโซเชียล

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สั่งสถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลก ระงับนัดหมายขอวีซ่านักเรียนใหม่ชั่วคราว พร้อมเร่งพยายามขยายการคัดกรองผู้สมัครทางโซเชียลมีเดีย

(28 พ.ค. 68) กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ มีคำสั่งให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลก หยุดการนัดหมายขอวีซ่านักเรียนใหม่เป็นการชั่วคราว ขณะที่รัฐบาลทรัมป์กำลังพยายามขยายการคัดกรองทางโซเชียลมีเดีย สำหรับผู้สมัคร ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดล่าสุดสำหรับนักศึกษาต่างชาติชุดหนึ่ง

รายงานระบุว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ สั่งกำชับเจ้าหน้าที่การทูต ไม่ให้เพิ่มการนัดหมายสำหรับวีซ่านักเรียนและการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ เพื่อเตรียมการสำหรับการคัดกรองที่ขยายเวลาออกไป และให้ลบการนัดหมายที่ยังว่างอยู่ทั้งหมดออกจากปฏิทิน หากนักเรียนได้นัดสัมภาษณ์วีซ่าแล้ว ก็สามารถดำเนินการต่อไปได้เช่นกัน ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวจะคงอยู่ “จนกว่าจะมีการออกแนวทางเพิ่มเติม” ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศ กำลังเตรียมการสำหรับ “การขยายขอบเขตการคัดกรองและคัดกรองทางโซเชียลมีเดียที่จำเป็น” และผู้สมัครวีซ่านักเรียนทุกคนอาจต้องถูกตรวจสอบทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งการตรวจสอบนี้จะ “ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ” ต่อการดำเนินงานของสถานทูตและสถานกงสุล ทำให้จำเป็นต้องหยุดการนัดหมายใหม่

ด้าน แทมมี บรูซ โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นวีซ่านักเรียนว่า “เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการคัดกรองผู้ที่เข้ามาในประเทศ และเราจะดำเนินการต่อไป”

เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ให้ความเห็นว่า แม้กระทรวงการต่างประเทศจะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการสื่อสารภายใน แต่การกำหนดตารางการนัดสัมภาษณ์วีซ่าชั่วคราวนั้น “มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” “การพิจารณาอนุมัติวีซ่าทุกครั้งถือเป็นการตัดสินใจด้านความมั่นคงของชาติ”

พร้อมเสริมว่า ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปสหรัฐฯ ทุกคน จะต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยจากหน่วยงานต่างๆ “การห้ามไม่ให้ผู้ที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติหรือความปลอดภัยสาธารณะของสหรัฐฯ เข้าประเทศสหรัฐฯ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องพลเมืองสหรัฐฯ ในประเทศ”

ทั้งนี้ นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในสหรัฐฯ จะต้องถูกนัดสัมภาษณ์ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกัน โดยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสมัครวีซ่า

ขอบคุณข้อมูล : POLITICO