“เวียดนาม” ขอพนักงาน WFH ทำงานที่บ้าน เน้นประหยัดน้ำมัน เร่งคุย 3 ชาติจัดหาน้ำมัน

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

10 มีนาคม 2569

“เวียดนาม” ขอพนักงาน WFH ทำงานที่บ้าน เน้นประหยัดน้ำมัน เร่งคุย 3 ชาติจัดหาน้ำมัน

จากกรณีสงครามตะวันออกกลางเขย่าโลก สหรัฐอเมริกา-อิสราเอล โจมตี อิหร่าน หนึ่งในแหล่งสำคัญด้านพลังงาน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลกหลายด้าน เป็นเหตุให้หลายประเทศ เริ่มทยอยมาตรการประหยัดพลังงานเบื้องต้น อาทิ ประเทศไทย ที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีมติให้ ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ปรับรูปแบบการทำงาน Work form Home ทันที รวมถึงงดศึกษาดูงานนอกประเทศ นั้น ล่าสุด 1 ชาติอาเซียน ลุยมาตรการนี้เช่นเดียวกัน

วันนี้ (10 มี.ค .69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า กระทรวงการค้าแห่งเวียดนาม ได้เรียกร้องให้ธุรกิจในประเทศ สนับสนุนให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (WFH) เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง ท่ามกลางปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น จากวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง

รัฐบาลเวียดนาม ระบุในแถลงการณ์ โดยอ้างรายงานจากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ว่า เวียดนามเป็น 1 ในประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักที่สุด จากการหยุดชะงักของการจัดหาเชื้อเพลิง นับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากเวียดนาม พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางเป็นอย่างมาก

“ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องส่งเสริมการทำงานจากที่บ้านเมื่อเป็นไปได้ เพื่อลดความจำเป็นในการเดินทางและการขนส่ง” แถลงการณ์ระบุ

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก บริษัทปิโตรลิเม็กซ์ (Petrolimex) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานยักษ์ใหญ่แห่งเวียดนาม ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ ปรับตัวสูงขึ้น 32% น้ำมันดีเซล 56% และน้ำมันก๊าด 80% นับตั้งแต่สิ้นเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้ มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมาก ต่อแถวยาวเหยียดที่ปั๊มน้ำมันกรุงฮานอย

รวมถึงเมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค.) ที่ผ่านมา ฟาม มินห์ มินห์ นายกรัฐมนตรีแห่งเวียดนาม ได้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้นำประเทศ 3 ชาติ ได้แก่ คูเวต กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อจัดหาเชื้อเพลิงและน้ำมันดิบ รวมถึงประกาศยกเลิกภาษีนำเข้าเชื้อเพลิง โดยมีผลบังคับใช้ จนถึงสิ้นเดือนเมษายน

ขอบคุณข้อมูล : New Straits Times