สหรัฐอเมริกาสะเทือนครั้งใหญ่! เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลดผู้ว่าการธนาคารกลาง (FED) ในทันที นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 111 ปีของธนาคารกลาง
วันนี้ (26 ส.ค. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศสั่งปลด ลิซา คุก (Lisa Cook) ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการแจ้งผ่านจดหมายที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียของเขา ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 111 ปี ที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งปลดผู้ว่าการ FED ชี้ชัดถึงสัญญาณการยกระดับความขัดแย้งระหว่างทรัมป์กับธนาคารกลาง ซึ่งเคยกล่าวโทษว่า ดำเนินการล่าช้าเกินไปในการลดอัตราดอกเบี้ย

ระบุว่า
“ผมได้พิจารณาแล้วว่า มีเหตุอันสมควรเพียงพอในการถอดถอนคุณออกจากตำแหน่ง”
“จากพฤติกรรมหลอกลวงและอาจเข้าข่ายอาชญากรรมทางการเงินของคุณ … ผมไม่สามารถไว้วางใจในความซื่อสัตย์ของคุณได้ พฤติกรรมดังกล่าวอย่างน้อยก็แสดงถึงความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งทำให้เกิดข้อกังขาต่อความสามารถและความน่าเชื่อถือของคุณในฐานะผู้กำกับดูแลด้านการเงิน”

ที่ผ่านมา คุกตกเป็นเป้าถูกวิจารณ์จากทรัมป์และฝ่ายบริหารของเขาในช่วงหลัง โดยถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับ การฉ้อโกงจำนอง (Mortgage Fraud) ซึ่งกระทรวงยุติธรรมระบุว่า กำลังเริ่มต้นการสอบสวนข้อกล่าวหาดังกล่าว หลังได้รับข้อมูลจากผู้อำนวยการสำนักงานการเงินเพื่อการเคหะแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม คุกยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาใด ๆ ณ ขณะนี้
อีกทั้งไม่มีความชัดเจนว่า โดนัลด์ ทรัมป์ มีอำนาจทางกฎหมายในการสั่งปลด ลิซ่า คุก ออกจากตำแหน่งหรือไม่ เนื่องจากตามกฎหมายระบุไว้ว่า ประธานาธิบดีสามารถถอดถอนผู้ว่าการธนาคารกลางได้ “ด้วยเหตุอันสมควร” (for cause) เท่านั้น แต่คำว่า “เหตุอันสมควร” ยังไม่เคยมีการนิยามอย่างชัดเจน

ด้าน อลัน บลินเดอร์ (Alan Stuart Blinder) อดีตรองประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เปิดเผยว่า FED ถูกออกแบบให้มีความเป็นอิสระจากนักการเมือง เพื่อให้สามารถพิจารณานโยบายบนพื้นฐานข้อมูลเศรษฐกิจได้
“ประเด็นสำคัญก็คือ Fed ถูกออกแบบมาให้ปลอดจากอิทธิพลทางการเมือง ด้วยเหตุผลที่ดีมาก”
“เขากำลังพยายามทำลายสิ่งนั้น และเปลี่ยน Fed ให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายบริหาร ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อการกำหนดนโยบายการเงินอย่างมาก” อลัน กล่าว
ทั้งนี้ ภายหลังทรัมป์ได้ประกาศคำสั่งปลดดังกล่าว ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index) ได้พลิกร่วงลงทันที 0.3% ซึ่งดัชนีนี้ ถือเป็นดัชนีที่ใช้วัดความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์ เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักทั่วโลก
“คำเดียวเสียวทั้งโลก” วลีที่ไม่เกินจริงสำหรับ โดนัลด์ ทรัมป์..
ขอบคุณข้อมูล : CBS News


