ทรัมป์ สั่งปลดผู้ว่าการ FED ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

26 สิงหาคม 2568

ทรัมป์ สั่งปลดผู้ว่าการ FED ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

สหรัฐอเมริกาสะเทือนครั้งใหญ่! เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลดผู้ว่าการธนาคารกลาง (FED) ในทันที นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 111 ปีของธนาคารกลาง

วันนี้ (26 ส.ค. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศสั่งปลด ลิซา คุก (Lisa Cook) ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการแจ้งผ่านจดหมายที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียของเขา ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 111 ปี ที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งปลดผู้ว่าการ FED ชี้ชัดถึงสัญญาณการยกระดับความขัดแย้งระหว่างทรัมป์กับธนาคารกลาง ซึ่งเคยกล่าวโทษว่า ดำเนินการล่าช้าเกินไปในการลดอัตราดอกเบี้ย

ระบุว่า

“ผมได้พิจารณาแล้วว่า มีเหตุอันสมควรเพียงพอในการถอดถอนคุณออกจากตำแหน่ง”

“จากพฤติกรรมหลอกลวงและอาจเข้าข่ายอาชญากรรมทางการเงินของคุณ … ผมไม่สามารถไว้วางใจในความซื่อสัตย์ของคุณได้ พฤติกรรมดังกล่าวอย่างน้อยก็แสดงถึงความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งทำให้เกิดข้อกังขาต่อความสามารถและความน่าเชื่อถือของคุณในฐานะผู้กำกับดูแลด้านการเงิน”

ที่ผ่านมา คุกตกเป็นเป้าถูกวิจารณ์จากทรัมป์และฝ่ายบริหารของเขาในช่วงหลัง โดยถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับ การฉ้อโกงจำนอง (Mortgage Fraud) ซึ่งกระทรวงยุติธรรมระบุว่า กำลังเริ่มต้นการสอบสวนข้อกล่าวหาดังกล่าว หลังได้รับข้อมูลจากผู้อำนวยการสำนักงานการเงินเพื่อการเคหะแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม คุกยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาใด ๆ ณ ขณะนี้

อีกทั้งไม่มีความชัดเจนว่า โดนัลด์ ทรัมป์ มีอำนาจทางกฎหมายในการสั่งปลด ลิซ่า คุก ออกจากตำแหน่งหรือไม่ เนื่องจากตามกฎหมายระบุไว้ว่า ประธานาธิบดีสามารถถอดถอนผู้ว่าการธนาคารกลางได้ “ด้วยเหตุอันสมควร” (for cause) เท่านั้น แต่คำว่า “เหตุอันสมควร” ยังไม่เคยมีการนิยามอย่างชัดเจน

ด้าน อลัน บลินเดอร์ (Alan Stuart Blinder) อดีตรองประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เปิดเผยว่า FED ถูกออกแบบให้มีความเป็นอิสระจากนักการเมือง เพื่อให้สามารถพิจารณานโยบายบนพื้นฐานข้อมูลเศรษฐกิจได้

“ประเด็นสำคัญก็คือ Fed ถูกออกแบบมาให้ปลอดจากอิทธิพลทางการเมือง ด้วยเหตุผลที่ดีมาก”

“เขากำลังพยายามทำลายสิ่งนั้น และเปลี่ยน Fed ให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายบริหาร ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อการกำหนดนโยบายการเงินอย่างมาก” อลัน กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังทรัมป์ได้ประกาศคำสั่งปลดดังกล่าว ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index) ได้พลิกร่วงลงทันที 0.3% ซึ่งดัชนีนี้ ถือเป็นดัชนีที่ใช้วัดความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์ เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักทั่วโลก

“คำเดียวเสียวทั้งโลก” วลีที่ไม่เกินจริงสำหรับ โดนัลด์ ทรัมป์..

ขอบคุณข้อมูล : CBS News