“อิหร่าน” แต่งตั้งลูกชาย “คาเมเนอี” เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่
บวรวัฒน์ อีจัน
9 มีนาคม 2569

เซ่นสงครามตะวันออกกลางเขย่าโลก (28 ก.พ. 69) สหรัฐอเมริกา จับมือ อิสราเอล โจมตีทางอากาศใส่ อิหร่าน กลางเมืองหลวง ท่ามกลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับ โครงการอาวุธนิวเคลียร์ นำไปสู่การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อรัฐบาล และหลายฝ่ายจับตามองว่า ใครจะสืบทอดตำแหน่งอันใหญ่หลวงนี้ ล่าสุด รัฐบาลอิหร่าน ประกาศชัดเจนแล้ว

(8 มี.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลอิหร่าน และบรรดาผู้นำศาสนา ประกาศแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ ภายหลัง 1 สัปดาห์ที่ สหรัฐฯ และอิสราเอล โจมตีใส่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และสังเวยชีวิตบิดา ที่เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศอย่าง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี

ด้าน อาลี ลาริจานี เลขานุการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC) ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของอิหร่านนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ ได้เรียกร้องให้เกิดความสามัคคีรอบผู้นำสูงสุดคนใหม่
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา โมจตาบา คาเมเนอี ไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งหรือผ่านการเลือกตั้งสาธารณะ แต่เป็นบุคคลที่มีอิทธิพลสูงในวงในของผู้นำสูงสุดมานานหลายทศวรรษ และได้สร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คาเมเนอีได้รับการยกย่องมากขึ้น ว่าเป็นผู้ที่มีศักยภาพสูงที่จะสืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา ซึ่งการเลือกครั้งนี้ อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ากลุ่มหัวแข็งในสถาบันการปกครองของอิหร่านยังคงมีอำนาจอยู่ และอาจแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความปรารถนาที่จะตกลงหรือเจรจาในระยะสั้นใด ๆ กับสหรัฐอเมริกาหรืออิสราเอล

เช่นเดียวกับ รามี คูรี นักวิจัยด้านนโยบายสาธารณะชื่อดังจากมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งเบรุต กล่าวว่า การแต่งตั้งคาเมเนอีเป็นการบ่งชี้ถึง “ความต่อเนื่อง” และยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่จะผลักดันการเจรจาเพื่อยุติสงครามหรือไม่ พร้อมกล่าวย้ำว่า การแต่งตั้งครั้งนี้เป็น “การแสดงออกถึงการท้าทาย” ที่อิหร่านต้องการบอกชาวอเมริกันและชาวอิสราเอล
การแต่งตั้งครั้งนี้ สวนทางกับคำกล่าวของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ให้คำมั่นอีกครั้งว่า จะใช้อิทธิพลในการเลือกผู้นำสูงสุดคนต่อไปของอิหร่าน ซึ่งไม่ใช่ลูกชายของคาเมเนอี และย้ำว่า หากไม่ได้รับการอนุมัติจากตน ผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนี้ “จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้นาน”
ต้องคอยจับตาดูหลังจากนี้ ว่าการแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี เป็นผู้นำคนใหม่ครั้งนี้ ส่งแรงสั่นสะเทือนต่อภาวะสงครามที่กำลังคุกรุ่นนี้หรือไม่ ?
ขอบคุณข้อมูล : Al Jazeera