ยูเครนยอมถอนทัพ! ออกจากเมืองซีเวิร์สก์ หลังรบหนักหลายเดือน
แพทตี้ อีจัน
24 ธันวาคม 2568

หลังจากสู้รบอย่างหนักมานานหลายเดือน ล่าสุด ทางการยูเครน ออกมายอมรับว่าถอนทหารออกจากเมืองซีเวิร์สก์แล้ว
วันนี้ (24 ธ.ค.68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ยูเครนยืนยันการสูญเสียเมืองทางตะวันออกที่มีการสู้รบกันอย่างหนักหน่วงมานานหลายเดือน การถอนกำลังครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการบุกโจมตีอย่างต่อเนื่อง การยิงปืนใหญ่ขนานหนัก การโจมตีด้วยโดรน และการสู้รบในเขตเมืองอย่างใกล้ชิด ซึ่งทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองกลายเป็นซากปรักหักพัง และประชากรพลเรือนที่เหลืออยู่ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น
กองทัพยูเครน ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวทำไปเพื่อรักษาชีวิตของทหารและขีดความสามารถในการสู้รบของหน่วยต่าง ๆ ซึ่งกองกำลังรัสเซียมีความได้เปรียบอย่างมากในด้านกำลังพล

การยึดครองเมืองซีเวิร์สก์ทำให้รัสเซียขยับเข้าใกล้เมืองสโลเวียนสก์ (Sloviansk) กับเมืองครามาทอร์สก์ (Kramatorsk) ซึ่งเป็นเมืองแนวป้องกันสำคัญแห่งสุดท้ายในแคว้นโดเนตสก์ที่ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน
โดยรัสเซียเริ่มเปิดฉากบุกโจมตียูเครนเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 และในปัจจุบันรัฐบาลมอสโกควบคุมพื้นที่ประมาณ 20% ของดินแดนยูเครน โดยควบคุมแคว้นโดเนตสก์ได้ 75% และควบคุมแคว้นลูฮานสก์ที่อยู่ติดกันได้แล้ว 99%
กองทัพยูเครน ระบุในแถลงการณ์ ว่า กองทัพรัสเซียยังคงดำเนิน “ปฏิบัติการรุกคืบอย่างหนัก” ในบริเวณเมืองซีเวิร์สก์ แม้จะมีการสูญเสียอย่างมากก็ตาม และอ้างว่า…
“กองกำลังป้องกันของยูเครน ได้ทำให้ศัตรูอ่อนกำลังลงอย่างมาก ในระหว่างการสู้รบเพื่อชิงเมืองซีเวิร์สก์”
นอกจากนี้ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เคยเตือนซ้ำหลายครั้งว่า กองทัพยูเครนจะต้องถอนกำลังออกจากภูมิภาคดอนบาสทั้งหมด (ประกอบด้วยแคว้นโดเนตสก์กับลูฮานสก์) ถ้าไม่ทำรัสเซียจะใช้กำลังเข้ายึดครอง พร้อมปฏิเสธข้อเสนอประนีประนอมใด ๆ ในการทำข้อตกลงยุติสงคราม
ด้าน โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้ยอมยกดินแดนดอนบาสทั้งหมดให้แก่รัสเซีย ในระหว่างการเจรจาสันติภาพที่นำโดยรัฐบาลวอชิงตันซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ แต่จนถึงปัจจุบัน เซเลนสกียังคงยืนยันว่าจะไม่มีการอ่อนข้อเรื่องดินแดน และเรียกร้องให้มีการรับประกันความมั่นคงแก่ยูเครนอย่างหนักแน่นในข้อตกลงใดก็ตามที่อาจเกิดขึ้น
โดยนักวิเคราะห์ทางทหาร คาดการณ์ว่า การสู้รบจะดำเนินต่อไปตามแนวรบใกล้เคียง ขณะที่กองกำลังต่างๆ ทดสอบการป้องกันที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันในอดีต การสู้รบได้เปลี่ยนย้ายไปยังแนวเมืองและหมู่บ้านถัดไปอย่างรวดเร็ว วนเวียนอยู่กับวงจรของการปิดล้อม การระดมยิง และการถอนกำลังหรือการถูกยึดครองในที่สุด
ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามอง ได้แก่:
- กองกำลังยูเครนจะสามารถสร้างเสถียรภาพในแนวป้องกันใหม่ได้หรือไม่
- ความเร็วและความรุนแรงของการบุกโจมตีในอนาคต
- ความพร้อมของระบบป้องกันทางอากาศและการสนับสนุนจากปืนใหญ่
- สภาพอากาศที่ส่งผลต่อการเคลื่อนกำลังและการขนส่ง
- สภาวะฤดูหนาวได้เพิ่มความซับซ้อนอีกชั้นหนึ่ง โดยจำกัดความคล่องตัวในขณะที่เพิ่มความกดดันต่อกำลังพลและอุปกรณ์
การเสียเมืองครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ยากลำบากของยูเครน ในสงครามที่เน้นการวัดความอึดมากกว่าการเอาชนะกันอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นการถอยทัพเพื่อปรับแผน ไม่ใช่ว่ากองทัพล่มสลาย แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า “ทหารในแนวหน้า กำลังถูกกดดันอย่างหนัก”
หากมีความคืบหน้าจะอัปเดตให้ทราบ