สหรัฐฯ ปิดดีลอิหร่าน หยุดยิง 60 วัน ลุยเปิดฮอร์มุซ รอแค่ “ทรัมป์” ไฟเขียว

ราบรื่น! สหรัฐฯ ปิดดีลอิหร่าน หยุดยิง 60 วัน ลุยเปิดฮอร์มุซเต็มตัว ถอนทุ่นระเบิดพ้นช่องแคบใน 30 วัน ตอนนี้รอแค่ “ทรัมป์” เซ็น

ความไม่ลงรอยใน สงครามตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ถูกยืดเยื้อมานานเป็นเดือนที่ 3 และยังคงหาทางลงถาวรไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ถือเป็นก้าวสำคัญสู่สันติภาพ เมื่อล่าสุดคู่ขัดแย้งโดยตรงนี้ ได้บรรลุข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงร่วมกันเป็นเวลา 60 วัน เพื่อเปิดทางให้กับการเจรจาทางการทูตอย่างเต็มรูปแบบ

วันนี้ (29 พ.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานอ้างอิงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแหล่งข่าวในภูมิภาคว่า ผู้เจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลง ในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน และเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ได้ให้การอนุมัติขั้นสุดท้าย 

รายงานระบุว่า คณะเจรจาของสหรัฐฯ ได้แจ้งรายละเอียดของข้อตกลงฉบับสุดท้ายให้ทรัมป์รับทราบแล้ว แต่ทรัมป์ยังไม่ได้ลงนามอนุมัติในทันที โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวว่า “ประธานาธิบดีแจ้งกับผู้ไกล่เกลี่ยว่า เขาต้องการเวลา 2-3 วัน เพื่อไตร่ตรองเรื่องนี้” ขณะที่ ฟากอิหร่านยังไม่ได้ยืนยันการยอมรับข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แม้มีรายงานว่า ผู้เจรจาของอิหร่านได้รับอนุมัติที่จำเป็นแล้ว และพร้อมลงนาม 

บันทึกความเข้าใจระยะเวลา 60 วันครั้งนี้ จะกำหนดให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นไปโดย “ไม่มีข้อจำกัด” ซึ่งหมายถึงไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม และไม่มีการคุกคามต่อการเดินเรือ พร้อมกำหนดให้อิหร่านต้องกำจัดทุ่นระเบิดทั้งหมดออกจากช่องแคบภายใน 30 วัน รวมถึง การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่อท่าเรือทั้งหมดของอิหร่านจะถูกยกเลิกตามสัดส่วนของการฟื้นฟูการขนส่งสินค้าทางทะเล ส่วนสหรัฐฯ จะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน เพื่อเปิดทางให้อิหร่านสามารถขายน้ำมันได้อย่างเสรีมากขึ้น 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุด้วยว่า บันทึกความเข้าใจดังกล่าว จะรวมถึงข้อผูกพันของอิหร่านที่จะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ โดยประเด็นแรกที่จะเข้าสู่โต๊ะเจรจาในช่วง 60 วันนี้ คือแนวทางกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน และการแก้ไขปัญหาการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของประเทศ 

เท่านั้นยังไม่พอ ทำเนียบขาวจะพูดคุยเรื่องการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม รวมถึงการปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจา ควบคู่กับการหารือเกี่ยวกับกลไกที่ช่วยให้อิหร่านสามารถรับสินค้า และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้อีกครั้ง และระบุให้ความขัดแย้งระหว่าง อิสราเอลกับฮิซบอลลาห์ในเลบานอนยุติลง

“นี่คือข้อตกลงเพื่อให้ทุกฝ่ายได้มาเจรจากัน เราจะหาข้อสรุปในรายละเอียดระหว่างการเจรจา” เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า แหล่งข่าวใกล้ชิดกับทีมเจรจาของอิหร่าน ได้ปฏิเสธรายงานที่อ้างว่าข้อความในร่างบันทึกความเข้าใจเสร็จสมบูรณ์แล้ว พร้อมบอกว่า “ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง” และยืนยันว่าเอกสารดังกล่าว “ยังไม่เสร็จสมบูรณ์” 

แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า อิหร่านยังไม่ได้แจ้งอย่างเป็นทางการต่อผู้ไกล่เกลี่ยชาวปากีสถาน ว่าร่างข้อตกลงเสร็จสมบูรณ์แล้ว พร้อมย้ำว่า หากมีการสรุปข้อตกลงขั้นสุดท้าย อิหร่านจะแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการและเปิดเผยต่อสาธารณะ จนกว่าจะถึงเวลานั้น

ด้าน อาลี บาเกรี คานี รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข กล่าวว่า “เราต้องการให้มีการปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านทั้งหมดที่ถูกสหรัฐฯ อายัดไว้ ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายของประชาชนชาวอิหร่าน” พร้อมย้ำว่า ทรัพย์สินทั้งหมดจะต้องถูกส่งคืน “ทั้งหมดและโดยไม่มีเงื่อนไข”  

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ได้เดินหน้าหาจุดลงตัวสู่สันติภาพ นับตั้งแต่ (7 เม.ย. 69) จับมือบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ เพื่อบรรเทาสถานการณ์และเตรียมการเจรจาขั้นเด็ดขาด แต่ยังคงไม่สิ้นสุดจนถึงปัจจุบัน

จับตากรอบเวลา 60 วันนี้ จะหยุดสงครามได้จริงหรือไม่ ?

ขอบคุณข้อมูล : Chinadaily