“ทรัมป์” ฉุนหนัก “อิสราเอล” โจมตีการ์ตา มุ่งเป้าผู้นำฮามาส
บวรวัฒน์ อีจัน
10 กันยายน 2568

จากเหตุการณ์ (9 ก.ย. 68) กองกำลังอิสราเอล ดำเนินการโจมตีทางอากาศต่อชุมชนแห่งหนึ่งในกรุงโดฮา ประเทศการ์ตา ซึ่งมีความตั้งใจลอบสังหารคณะเจรจากลุ่มฮามาสที่กำลังประชุมหารือข้อเสนอของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการหยุดยิงในฉนวนกาซา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจต่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก

วันนี้ (10 ก.ย. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวตำหนิกองกำลังอิสราเอล กรณีเปิดฉากโจมตีกลุ่มผู้นำฮามาสในกรุงโดฮา กาตาร์ ซึ่งเป็นประเทศที่เคยจัดการเจรจาสันติภาพในฉนวนกาซา และเป็นฐานทัพสำหรับทหารสหรัฐฯ หลายพันนาย
“การทิ้งระเบิดฝ่ายเดียวภายในประเทศกาตาร์ ซึ่งเป็นประเทศอธิปไตยและพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ ที่กำลังทำงานอย่างหนักและกล้าเสี่ยงร่วมกับเราเพื่อไกล่เกลี่ยสันติภาพ ไม่ได้ช่วยให้อิสราเอลหรือเป้าหมายของอเมริกาก้าวหน้า”
“ผมมองว่ากาตาร์เป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งและเป็นเพื่อนของสหรัฐฯ และรู้สึกแย่มากเกี่ยวกับสถานที่ที่ถูกโจมตี” โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าว

ขณะที่ กองกำลังอิสราเอล เปิดเผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเรียกว่า “จุดสูงสุดแห่งไฟ” และมีเป้าหมายที่ผู้นำของกลุ่มฮามาส ซึ่งอิสราเอลระบุว่าเป็นผู้นำการปฏิบัติการของกลุ่มก่อการร้ายนี้มาหลายปี และยังเป็นผู้วางแผนและบริหารจัดการสงครามกับรัฐอิสราเอลอีกด้วย
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของอิสราเอล ส่งผลให้รัฐบาลทรัมป์ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เพราะทั้งอิสราเอลและกาตาร์ถือเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ โดยกาตาร์เป็นฐานทัพสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง รวมถึงเคยเป็นที่ตั้งของสำนักงานทางการเมืองของกลุ่มฮามาสมาหลายปี และราชวงศ์อ่าวเปอร์เซีย ก็มีส่วนร่วมในการไกล่เกลี่ยการเจรจาหยุดยิงระหว่างรัฐบาลอิสราเอลและกลุ่มฮามาส

นอกจากนี้ ทรัมป์ มุ่งหวังที่จะปล่อยตัวประกันที่เหลืออยู่ ซึ่งถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไว้ ระหว่างการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายในอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 โดยทรัมป์ได้กดดันให้ฮามาสและอิสราเอลบรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่อาจระงับการสู้รบในฉนวนกาซา เพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังคงอยู่ในปาเลสไตน์
ขอบคุณข้อมูล : CBS News