ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ประเทศกัมพูชา ต่างถูกนานาชาติมองว่า เป็นฐานปฏิบัติสำคัญในการก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ เนื่องด้วยหลักฐานหรือแม้แต่บุคคลระดับสูง ถูกคุ้ยประวัติว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง จนทำให้ รัฐบาลกัมพูชา เดินหน้ามาตรการปราบปรามอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม รักษาการประมุขอย่าง ฮุน เซน ได้ย้ำจุดยืนนี้อีกครั้ง

(24 พ.ค. 69) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และรักษาการประมุขแห่งรัฐ ได้ประกาศเรียกร้องให้ รัฐบาลกัมพูชา เดินหน้าดำเนินคดี จับกุม และยึดทรัพย์เจ้าหน้าที่รัฐคนใดก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางออนไลน์ (สแกมเมอร์) เนื่องจากการปราบปรามอาชญากรรมนี้ ต้องควบคู่ไปกับการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงปลดผู้ที่เพิกเฉยต่อคำสั่งออกจากตำแหน่ง
ฮุน เซน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐที่พัวพันกับสแกมเมอร์ จะต้องถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อดำเนินคดีและยึดทรัพย์สิน ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการทหาร และผู้บัญชาการตำรวจที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ควรต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง

นอกจากนี้ ฮุน เซน ได้กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชา สอบสวนผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมในคดีฉ้อโกงสแกมเมอร์ ว่าสามารถเดินทางเข้าสู่กัมพูชา โดยไม่มีหนังสือเดินทางได้อย่างไร
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 จนถึงปัจจุบันรวม 11 เดือน ประเทศกัมพูชา เดินหน้าทลายเครือข่ายฉ้อโกงทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยปราบปรามได้แล้วกว่า 250 แห่ง ซึ่งรวมถึงกาสิโน 91 แห่ง อีกทั้งดำเนินการส่งตัวชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมนี้ไปถึง 13,039 คน และ (6 เม.ย. 69) กัมพูชา ประกาศใช้กฎหมายต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งจะลงโทษหัวหน้าขบวนการด้วยโทษจำคุกสูงสุด 30 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต
ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวซินหัว (XINHUA)
