เหยื่อชาวเกาหลีใต้ เปิดใจเล่า “นรก 61 วันในกัมพูชา” ถูกซ้อม-ขายต่อ-ติดคุก
แพทตี้ อีจัน
17 ตุลาคม 2568

61 วันในกัมพูชา… ราวกับนรกบนดิน!!!
เหยื่อชาวเกาหลีใต้เปิดใจเล่าเหตุการณ์ที่เขาถูกทุบตี-ขายให้กับผู้ค้ามนุษย์
และถูกตำรวจกัมพูชาจับจำคุก หลังเข้าไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
วันนี้ (17 ต.ค.68) Korea JoongAng Daily สื่อเกาหลีใต้ รายงานเรื่อราวของชายชาวเกาหลีรายหนึ่ง ที่ถูกกักขังในกัมพูชาเป็นเวลา 61 วัน เล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาถูกทุบตี ขายให้กับผู้ค้ามนุษย์ และถูกจำคุกโดยตำรวจกัมพูชา หลังจากขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งเผยให้เห็นความจริงอันโหดร้ายที่เหยื่ออาชญากรรมข้ามพรมแดนต้องเผชิญ และข้อจำกัดของการคุ้มครองทางการทูต
นายฮอ วัย 40 ปี เดินทางไปเที่ยวพักผ่อนที่เมืองสีหนุวิลล์ ของกัมพูชาเพียงลำพัง เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม เขาเดินทางไปที่กาสิโนแห่งหนึ่งกับคนรู้จักชาวเกาหลี แล้วก็ได้พบกับกลุ่มชายชาวจีนที่คนรู้จักแนะนำมา พวกเขานั่งดื่มด้วยกัน ก่อนที่สถานการณ์จะพลิกผันกลายเป็นฝันร้าย
เมื่อคนรู้จักลุกออกจากโต๊ะไป กลุ่มชายชาวจีนได้ล็อกประตู แล้วล้อมตัวฮอ พร้อมกับเรียกค่าไถ่จากเขา กลุ่มชายชาวจีนบอกให้ฮอโทรหาเพื่อน และบอกว่าให้โอนเงินมา 5,000 – 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 160,000 – 320,000 บาท เพื่อแลกกับอิสรภาพ

โดยกลุ่มคนร้ายเอาทรัพย์สินของฮอไปจนหมด เหลือไว้เพียงแค่โทรศัพท์มือถือ เขาจึงติดต่อขอความช่วยเหลือไปยังสถานทูตเกาหลีใต้ผ่านแอปเทเลแกรม แต่สถานทูตบอกให้เขากรอกเอกสารหลายฉบับและส่งรูปถ่ายของสถานที่ที่ถูกขังอยู่ ซึ่งเขาบอกว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะถูกจับตัวอยู่ สุดท้ายเขาตัดสินใจส่งข้อความสั้นๆ ไปแทนเพื่ออธิบานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เขาบอกกับสถานทูตว่า ตึกที่เขาอยู่มีสภาพภายนอกเหมือนกับตึกทั่วไป แต่ตั้งแต่ชั้น 5 ถึงชั้น 20 เต็มไปด้วยออฟฟิศของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่สถานทูตตอบกลับมาว่า อาจต้องใช้เวลาสองถึงสามวัน
นายฮอ เล่าต่อว่า เขาถูกทุบตีนาน 3 วัน และถูกบังคับให้อยู่ในท่าที่เจ็บปวด พอมีท่าทีอ่อนแรง เขาก็จะถูกทุบด้วยขวดหรือที่เขี่ยบุหรี่
กระทั่งวันที่ 3 กลุ่มผู้ลักพาตัวได้ขายเขาต่อให้กับชายอีกคนหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ เม่น (Hedgehod) เป็นนายหน้าชาวเกาหลี-จีน ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายบัญชีธนาคารให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งฮอเล่าว่า เม่นได้บอกกับเขาว่า เขาจะหาเงินได้ถ้าเข้าร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์
วันที่ 8 กรกฎาคม ตำรวจกัมพูชาได้บุกเข้าตรวจค้นอาคารดังกล่าว แต่แทนที่จะจับกุมผู้กระทำผิดเพียงอย่างเดียว พวกเขากลับควบคุมตัวนายฮอไป ฮอบอกว่าเขาต้องทำตัวเงียบๆ เพื่อไม่ให้ตำรวจและคนอื่นๆ รู้ว่าเขาเป็นคนแจ้งความ
นายฮอถูกขังอยู่ภายในห้องขังเล็กๆ ที่พื้นดินปูด้วยฟางและมีลูกกรงเปิดโล่งให้ฝนสาดเข้ามาภายในสถานีตำรวจกัมพูชา เขาเล่าว่าสภาพความเป็นอยู่นั้นเลวร้ายมาก เพราะมีจิ้งจกและแมลงสาบเต็มไปหมด ตอนแรกเขาคิดว่าจะได้รับการปล่อยตัว เพราะเป็นเหยื่อ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้
ในที่สุด เขาตัดสินแหกคุกออกมาแต่ก็ถูกจับได้ในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา และถูกย้ายไปขังในห้องขังอีกห้องที่มีแออัดอย่างมาก ซึ่งเขาบรรยายว่า “เหมือนกับนรก” เพราะมีคนอยู่รวมกันมากถึง 35 คนในห้องที่มีขนาดเพียง 4X5 เมตร พื้นลื่นไปด้วยเหงื่อ และอากาศก็หายใจแทบไม่ออก
นายฮอ บอกว่า ความรู้สึกของเขาเหมือนถูกโยนลงไปในกองไฟ ผู้ต้องขังได้รับน้ำสกปรกวันละสองครั้ง และอาหารมื้อเล็กๆ สองมื้อ เป็นข้าวกับไข่ครึ่งฟอง
นายฮอ ถูกขังอยู่ที่นั่นนานประมาณ 5 สัปดาห์ นักโทษคนอื่นๆ บอกเขาว่า กลุ่มคนร้ายได้ติดสินบนตำรวจหลังถูกจับ โดยจ่ายเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ราว 3.2 ล้านบาทให้ผู้กำกับการตำรวจเพื่อพักในห้องแอร์ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัว แม้กระทั่งฆาตกรที่ฆ่าคน 3 ศพยังจ่ายเงิน 20,000 ดอลลาร์ ราว 651,000 บาท แล้วเดินออกจากคุกได้ใน 4 วัน
ต่อมา วันที่ 11 สิงหาคม ฮอถูกย้ายไปยังศูนย์กักกันคนเข้าเมืองที่มีห้องขังใหญ่ขึ้นมาหน่อย พวกเขาบอกกับฮอว่าเป็นการคุ้มครอง แต่เขารู้สึกว่าเหมือนถูกจองจำ เจ้าหน้าที่เรียกเงินจากเขา 1 ล้านวอน ราว 22,000 บาท เพื่อแลกกับการใช้โทรศัพท์ แต่เขาก็ยังไม่ได้พบกับเจ้าหน้าที่จากสถานทูตเกาหลีใต้เลย
หลังจากผ่านไป 3 สัปดาห์ ในวันที่ 31 สิงหาคม ในที่สุดนายฮอก็ได้เดินทางกลับเกาหลีใต้ ด้วยความช่วยเหลือจากสำนักงานของ สส. พัค ชานแด จากพรรคประชาธิปไตย
นายฮอบอกว่าเขาได้กลับบ้านพร้อมกับเหยื่อคนอื่นๆ และแม้ว่าเขาจะเป็นเหยื่อ แต่กลับถูกขังอยู่รวมกับอาชญากร และสถานทูตก็ทอดทิ้งพวกเขา ทั้งๆ ที่รู้ว่าสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาเป็นอย่างไร?