รายแรกของโลก! เสียชีวิตจากเห็บแข็งกัด และไวรัสออซ
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิ.ย.66 กลุ่มหน่วยงานสาธารณสุขของญี่ปุ่น รายงานกรณีหญิงชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเมื่อปีที่แล้วหลังจากติดเชื้อไวรัสออซ (Oz) ทำให้เธอเป็นผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสออซรายแรกของโลก
รายงานของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ และสถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติของญี่ปุ่น ระบุว่า หญิงวัย 70 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ที่จังหวัดอิบารากิ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ แต่มีโรคประจำตัวอย่างความดันโลหิตสูง
หญิงชราเข้าพบแพทย์เมื่อฤดูร้อนที่แล้วด้วยอาการมีไข้ อ่อนเพลีย และเจ็บปวดข้อต่อ ซึ่งสถาบันการแพทย์วินิจฉัยว่าเธอป่วยโรคปอดอักเสบ ต่อมาหญิงชรามีอาการแย่ลงและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งนำสู่การตรวจพบเห็บแข็งดูดเลือดที่ต้นขาขวาของเธอ

ทั้งนี้ หญิงชราเสียชีวิตจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หลังจากรักษาตัวในโรงพยาบาลนาน 26 วัน
สถาบันฯ ระบุว่า เชื้อไวรัสออซ ซึ่งถูกตรวจพบครั้งแรกเมื่อปี 2018 จากเห็บที่จังหวัดเอฮิเมะทางตะวันตกของญี่ปุ่น ไม่ได้มีความร้ายแรงถึงแก่ชีวิต แต่ยังต้องมีการศึกษาเกี่ยวกับอาการและอันตรายเพิ่มเติม โดยเชื่อว่าเชื้อไวรัสออซ แพร่ผ่านการกัดของเห็บสายพันธุ์ต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วญี่ปุ่น
ด้านกระทรวงสาธารณสุขฯ เผยว่า ปัจจุบันยังไม่มีการตรวจพบเชื้อไวรัสออซ นอกญี่ปุ่น พร้อมแนะนำประชาชนปกป้องผิวหนังหากอยู่ในพื้นที่ที่อาจสัมผัสกับเห็บแข็ง รวมถึงไม่พยายามเอาเห็บดังกล่าวออกด้วยตนเองหากถูกกัดและรีบพบแพทย์อย่างรวดเร็ว
สำหรับ เห็บ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เห็บแข็ง (Hard ticks) และเห็บอ่อน (Soft ticks) โดยที่เห็บแข็งจะมีแผ่นแข็ง (Scutum หรือ Dorsal shield) ปกคลุมอยู่ที่ด้านบนของลำตัว ส่วนเห็บอ่อนจะไม่มี หากมองจากด้านบนของตัวเห็บ ในเห็บแข็งจะสามารถเห็นส่วนหัว (Capitulum) ได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเป็นเห็บอ่อน ส่วนหัวนี้จะซ่อนอยู่ด้านล่างจึงไม่สามารถมองเห็นได้
เห็บเป็นสัตว์ที่ไม่มีปีกจึงไม่สามารถบินหรือกระโดดได้ อาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้า พุ่มไม้ หรือแม้กระทั่งกองใบไม้ก็อาจมีเห็บซ่อนตัวอยู่ได้เช่นกัน เห็บจะเกาะอยู่ตามใบไม้หรือใบหญ้า เวลาเจอเหยื่อจะค่อย ๆ คลานเข้าไปที่เหยื่อ แล้วหาตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการดูดเลือด บ่อยครั้งที่เห็บมักจะชอบซ่อนตัวอยู่ตามบริเวณที่อับชื้น เช่น ซอกรักแร้ ซอกคอ ขาหนีบ เป็นต้น
ขณะที่ดูดเลือด เห็บจะหลั่งน้ำลายออกมา ซึ่งในน้ำลายนั้นจะมีสารที่ออกฤทธิ์คล้ายยาชา ดังนั้นเวลาถูกเห็บกัด เหยื่อจึงไม่รู้สึกเจ็บ และไม่รู้สึกตัวว่าถูกกัด นอกจากนี้ ในน้ำลายของเห็บยังมีเชื้อโรคหลายชนิดซึ่งสามารถส่งผ่านมาสู่เหยื่อได้ รวมทั้งโรคจากเหยื่อก็สามารถส่งผ่านมาที่เห็บได้เช่นกัน โดยเมื่อเห็บไปกัดเหยื่อรายต่อไปก็จะเป็นการนำเชื้อจากเหยื่อตัวแรกไปสู่เหยื่อตัวที่สองได้
อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก https://www.healthtodaythailand.in.th/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94/
