นับตั้งแต่สมัยก่อนที่มีความเชื่อว่า การขโมยวัตถุโบราณจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจมีอาถรรพ์และต้องรีบเอากลับมาคืนเจ้าของเดิม แต่ถึงอย่างนั้น เคสที่จะพูดถึงอาจไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อหญิงสาวรายหนึ่ง ได้ขโมยวัตถุโบราณที่มีอายุกว่า 2,400 ปี ก่อนที่อีก 50 ปีต่อมา เธอเพิ่งจะเอามาคืน

(13 ต.ค. 68) สื่อต่างประเทศ เปิดเผยเหตุการณ์สุดมึนงง เมื่อหญิงชาวเยอรมันรายหนึ่ง ผู้ซึ่งขโมยหัวเสาโบราณในเมืองโอลิมเปีย เมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว ได้ตัดสินใจนำกลับมาคืนให้กับประเทศกรีซแล้ว จากการเปิดเผยโดยกระทรวงวัฒนธรรมกรีซ
รายงานระบุว่า หัวเสาไอโอนิกชิ้นดังกล่าว ทำขึ้นด้วยหินปูน มีความสูงประมาณ 9 นิ้ว และกว้าง 13 นิ้ว ถูกนำมาจาก Leonidaion ซึ่งเป็นเกสต์เฮาส์ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล

โดย กระทรวงวัฒนธรรมแห่งกรีซ ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงความชื่นชมถึง “ความอ่อนไหวและความกล้าหาญ” ของหญิงสาวที่ส่งคืนโบราณวัตถุดังกล่าว ระบุว่า
การนำเมืองหลวง โบราณกลับคืนจากมุนสเตอร์ ประเทศเยอรมนี
เมืองหลวงนี้ มาจากยุคลีโอไนเดออนแห่งโอลิมเปียโบราณ และถูกรื้อถอนอย่างผิดกฎหมายในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งซากนี้เป็นชิ้นส่วนของหัวเสาไอโอนิก ทำจากหินปูน ซึ่งยังคงรักษาสภาพเคลือบไว้บางส่วน
การนำเมืองหลวงกลับคืนมาได้สำเร็จ เกิดขึ้นด้วยความละเอียดอ่อนและความกล้าหาญของสตรีชาวเยอรมันผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 หลังจากได้รวบรวมมาจากพื้นที่ลีโอไนเดออน ระหว่างการเยี่ยมชมสถานที่ดังกล่าว
มหาวิทยาลัยมุนสเตอร์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของพิพิธภัณฑ์ที่จะส่งคืนวัตถุใด ๆ ที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นผลผลิตจากการค้าผิดกฎหมาย
จอร์จ ดิดาสคาลู เลขาธิการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “นี่เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง การกระทำนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไม่มีพรมแดน แต่ต้องการความร่วมมือ ความรับผิดชอบ และความเคารพซึ่งกันและกัน การกลับมาครั้งนี้ถือเป็นการฟื้นฟูความยุติธรรม และในขณะเดียวกันก็เป็นสะพานแห่งมิตรภาพระหว่างผู้คน”

ทั้งนี้ การนำหัวเสาโบราณชิ้นนี้มาคืนนั้น นับเป็นโบราณวัตถุชิ้นที่ 3 ที่มหาวิทยาลัยมึนสเตอร์ (เยอรมนี) ได้ทำการส่งคืนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
นับตั้งแต่ ปี 2019 มหาวิทยาลัยมึนสเตอร์ ได้ส่งคืนถ้วยไวน์ที่มีหูจับ 2 ข้างซึ่งเป็นของแชมป์จากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ครั้งแรกที่เอเธนส์ในปี พ.ศ. 2439 จากนั้นในปี 2024 ก็ได้นำหัวผู้ชายหินอ่อนสมัยโรมัน ที่ได้มาจากสุสานในเมืองเทสซาโลนิกิกลับมา
แม้จะนึกได้เมื่อสายไป แต่ต้องชื่นชมที่เธอกล้าตัดสินใจนำมาคืน โดยไม่ได้สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่จะตามมา
ขอบคุณข้อมูล : CBS News
