เริ่มทศวรรษ 2020 ด้วยข่าวการสังหารนายพลคาเซ็ม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ (Quds Force) ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) โดยเป็นคำสั่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จนนำมาสู่ความขัดแย้งที่ร้อนระอุ อิหร่านชักธงแดงประกาศพร้อมรบ ก่อนทำการยิงขีปนาวุธ ถล่มฐานทัพสหรัฐอเมริกาในอิรัก เป็นการตอบโต้
ทำไมนายพลโซเลมานี ถึงตกเป็นเป้าสังหารในครั้งนี้
เว็บไซต์ Siamtownus ให้ข้อมูลว่า กองกำลังคุดส์ (Quds Force) คือหน่วยรบพิเศษที่ดูแลให้ความสนับสนุนปฏิบัติการของกองกำลังกลุ่มต่างๆ นอกแผ่นดินอิหร่าน
กองกำลังภายใต้การสนับสนุนของ Quds Force ปฏิบัติการในอิรัก, ซีเรีย, เลบานอน, เยเมน, ปาเลสไตน์ และล่าสุดกองกำลังอัลซาบับในเคนยา ก็เผยตัวออกมาว่าได้รับการสนับสนุนจาก Quds Force ที่เข้าโจมตีกองบัญชาการสหรัฐแอฟริกา (US Africa Command) ที่แคมป์ซิมบาชายฝั่งเคนยา
การแผ่อิทธิพลของ Quds Force มีทั้งด้านการรบ, การข่าวกรอง, ปฏิบัติการพิเศษ, และอยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาลในประเทศเขตอิทธิพลของอิหร่าน
นี่คือเหตุผลสำคัญที่นายพลโซเลมานี มาปรากฏกายเป็นเป้าสังหารของอเมริกาที่สนามบินแบกแดด ประเทศอิรัก
แหล่งข่าวบอกว่านายพลโซเลมานีบินมาจากเบรุต เพื่อวางแผนปฏิบัติการสำคัญในอิรัก หลังการบุกสถานทูตอเมริกาในแบกแดดไม่กี่วันก่อนหน้านี้
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ย. 2019 ฐานทัพอเมริกา K1 ที่เมืองเคอร์คุก ทางเหนือของอิรักถูกโจมตีด้วยจรวด 30 ลูก เป็นเหตุให้ผู้รับเหมากองทัพชาวอเมริกันเสียชีวิต 1 คน ทหารอเมริกันบาดเจ็บ 4 คน การโจมตีครั้งนี้ด้วยจรวดถึง 30 ลูก แสดงเจตนาเข่นฆ่าทหารอเมริกันให้อาสัญจำนวนมาก
และเหตุนี้ทำให้อเมริกันตัดสินใจไม่ไว้ชีวิตโซเลมานี อีกต่อไป
สำหรับนายพลโซเลมานีขึ้นเป็นผู้บัญชาการ Quds Force ตั้งแต่ปี 2001 สร้างผลงานโดดเด่นแผ่ขยายอิทธิพลอิหร่านออกในภูมิภาคตะวันออกกลาง จนขึ้นเป็นคนสำคัญอันดับสองของอิหร่าน
นอกจากนี้ นิตยสารไทม์ปี 2017 ยังยกย่องให้ นายพลโซเลมานีเป็นหนึ่งในร้อยบุคคลสำคัญของโลก เขาเป็นเซเลบคนหนี่งของอิหร่าน มียอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมหลายแสนคน ปรากฏตัวในภาพถ่ายจากแนวรบ สารคดี แม้กระทั่งในมิวสิควิดีโอ และแอนนิเมชั่น
และ เขาคือผู้สังหารทหารอเมริกัน 603 คน ทำร้ายทหารอเมริกันและคนอเมริกันบาดเจ็บเกินพันคน
โซเลมานี เป็นบุคคลอันตรายต่ออเมริกาไม่สิ้นสุด
ดังนั้น เช้ามืดของวันที่ 3 มกราคม 2020 โดรนของอเมริกาจึงยิงจรวดใส่รถที่รับโซเลมานีจากเครื่องบินจนไหม้ร่างแหลกละเอียด มีคนตาย 6 คน แต่สามารถระบุตัวโซเลมานีได้จากแหวนประจำตัวที่สวมที่นิ้ว
นี่คือปฏิบัติการการสุดยอดการข่าว และเทคโนโลยีการรบล่าสังหารที่ล้ำยุคของอเมริกาภายใต้การตัดสินใจสั่งการของทรัมป์
ก่อนหน้านั้นในยุคสมัยของประธานาธิบดีบุช มีการวางแผนสังหารโซเลมานีมาก่อนแล้ว แต่ต้องยกเลิกไป เพราะไม่แน่ใจผลลัพธ์ที่จะติดตามมา
ในช่วง 8 ปี 2 สมัยของประธานาธิบดีโอบามา โซเลมานีโจมตีขบวนคอนวอยขนส่งเสบียงของกองกำลังอเมริกันหลายครั้ง แต่โอบามากลับผ่อนคลายให้เงินสนับสนุนโซเลมานีเป็นการลับเพื่อให้เลิกโจมตีคอนวอยอเมริกัน พร้อมทั้งดึงพันธมิตรมาร่วมทำสัญญานิวเคลียร์กับอิหร่านเป็นผลสำเร็จ
โดยทรัมป์ได้พูดเอาไว้เมื่อวันที่ 6 ม.ค 2020 ว่า โอบามาให้เงินสดอิหร่าน 150 ล้านเหรียญ โดยที่อเมริกาไม่ได้อะไรตอบแทนเลย (อิหร่านไม่หยุดสงครามและไม่หยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์)
ในยุคสมัยของทรัมป์เมื่อไม่กี่เดือนก่อนที่โดรนของอเมริกาจะถูกอิหร่านสอยร่วง เครื่องบินโจมตีบินจากเรือบรรทุกเครื่องบินอเมริกาในอ่าวเปอร์เซียนจวนจะถึงเป้าหมายในอิหร่านอยู่แล้ว แต่ทรัมป์ใช้ความยับยั้งชั่งใจสั่งเครื่องบินรบหันหัวกลับในนาทีสุดท้าย
การถล่มอิหร่านโดยอเมริกาจึงยังไม่เกิดขึ้น
แต่ครั้งนี้ที่ทรัมป์ขู่ว่า ถ้าทหารอเมริกันหรือพลเรือนอเมริกันถูกสังหารหรือกิจการของอเมริกาถูกทำลาย เขาจะสั่งถล่มเป้าหมายในอิหร่าน 52 แห่ง รวมทั้งเป้าหมายทางวัฒนธรรมของอิหร่านก็ไม่ยกเว้น
อิหร่านจะราบเป็นหน้ากลอง
อิหร่านต้องคิดให้หนัก การเสียนายพลหนึ่งคนถ้าจะเอาคืนด้วยการแลกกับการแหลกรานทั้งประเทศจะคุ้มกันไหม?
ชั่วโมงนี้ อิหร่านยังไม่มีพันธมิตรที่ประกาศล่มหัวจมท้ายอย่างชัดเจน ขืนเข้าสู่สงครามกับอเมริกาจะมีใครช่วย อีกทั้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านก็ยังไม่สมบูรณ์ อาวุธยุทโธปกรณ์ของอิหร่านยังห่างไกลอเมริกาชนิดไม่มีอะไรเทียบกันได้เลย
ข่าวสังหารโซเลมานีเมื่อวันศุกร์ไม่สร้างความแตกตื่นในอเมริกามากนัก ดาว์นโจนร่วงไปแค่ 1.08% หรือ 233 จุด เป็นการลดลงจากจุดสูงสุดตลอดกาลก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน แน่นอนว่า น้ำมันและทองคำต้องปิดสูงขึ้น
ทั้งนี้ในคืนวันที่ 6 ม.ค. 2020 พรรคเดโมแครตบอกว่าจะนำเรื่องทรัมป์สั่งยิงจรวดสังหารนายพลอิหร่านโดยไม่ผ่านสภาฯ เข้ามาอภิปราย สมาชิกรีพับลิกันตอบกลับว่า สมัยโอบามามีการยิงจรวด 2,800 ครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่ขออนุญาตสภาฯ
ทันทีที่การสังหารนายพลอิหร่านสำเร็จผล ทรัมป์สั่งคนอเมริกันให้ออกจากอิรักโดยด่วนที่สุด พร้อมทั้งส่งทหารอเมริกัน 3,000 คน เสริมในตะวันออกกลาง
โดยทรัมป์ ได้พูดออกมาประโยคหนึ่งว่า “เราปฏิบัติการเพื่อหยุดยั้งสงคราม เราไม่ได้ทำสงคราม“
>>>>>อ่านข่าวความขัดเเย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯเพิ่มเติมได้ที่นี่<<<<<
