โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลิดชีพนายพลโซเลมานี เพื่อหยุดยั้งสงคราม?

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลิดชีพนายพลโซเลมานี เพื่อหยุดยั้งสงคราม?

เริ่มทศวรรษ 2020 ด้วยข่าวการสังหารนายพลคาเซ็ม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ (Quds Force) ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) โดยเป็นคำสั่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จนนำมาสู่ความขัดแย้งที่ร้อนระอุ อิหร่านชักธงแดงประกาศพร้อมรบ ก่อนทำการยิงขีปนาวุธ ถล่มฐานทัพสหรัฐอเมริกาในอิรัก เป็นการตอบโต้

ทำไมนายพลโซเลมานี ถึงตกเป็นเป้าสังหารในครั้งนี้

เว็บไซต์ Siamtownus ให้ข้อมูลว่า กองกำลังคุดส์ (Quds Force) คือหน่วยรบพิเศษที่ดูแลให้ความสนับสนุนปฏิบัติการของกองกำลังกลุ่มต่างๆ นอกแผ่นดินอิหร่าน

กองกำลังภายใต้การสนับสนุนของ Quds Force ปฏิบัติการในอิรัก, ซีเรีย, เลบานอน, เยเมน, ปาเลสไตน์ และล่าสุดกองกำลังอัลซาบับในเคนยา ก็เผยตัวออกมาว่าได้รับการสนับสนุนจาก Quds Force ที่เข้าโจมตีกองบัญชาการสหรัฐแอฟริกา (US Africa Command) ที่แคมป์ซิมบาชายฝั่งเคนยา

การแผ่อิทธิพลของ Quds Force มีทั้งด้านการรบ, การข่าวกรอง, ปฏิบัติการพิเศษ, และอยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาลในประเทศเขตอิทธิพลของอิหร่าน

นี่คือเหตุผลสำคัญที่นายพลโซเลมานี มาปรากฏกายเป็นเป้าสังหารของอเมริกาที่สนามบินแบกแดด ประเทศอิรัก

แหล่งข่าวบอกว่านายพลโซเลมานีบินมาจากเบรุต เพื่อวางแผนปฏิบัติการสำคัญในอิรัก หลังการบุกสถานทูตอเมริกาในแบกแดดไม่กี่วันก่อนหน้านี้

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ย. 2019 ฐานทัพอเมริกา K1 ที่เมืองเคอร์คุก ทางเหนือของอิรักถูกโจมตีด้วยจรวด 30 ลูก เป็นเหตุให้ผู้รับเหมากองทัพชาวอเมริกันเสียชีวิต 1 คน ทหารอเมริกันบาดเจ็บ 4 คน การโจมตีครั้งนี้ด้วยจรวดถึง 30 ลูก แสดงเจตนาเข่นฆ่าทหารอเมริกันให้อาสัญจำนวนมาก

และเหตุนี้ทำให้อเมริกันตัดสินใจไม่ไว้ชีวิตโซเลมานี อีกต่อไป

สำหรับนายพลโซเลมานีขึ้นเป็นผู้บัญชาการ Quds Force ตั้งแต่ปี 2001 สร้างผลงานโดดเด่นแผ่ขยายอิทธิพลอิหร่านออกในภูมิภาคตะวันออกกลาง จนขึ้นเป็นคนสำคัญอันดับสองของอิหร่าน

นอกจากนี้ นิตยสารไทม์ปี 2017 ยังยกย่องให้ นายพลโซเลมานีเป็นหนึ่งในร้อยบุคคลสำคัญของโลก เขาเป็นเซเลบคนหนี่งของอิหร่าน มียอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมหลายแสนคน ปรากฏตัวในภาพถ่ายจากแนวรบ สารคดี แม้กระทั่งในมิวสิควิดีโอ และแอนนิเมชั่น

และ เขาคือผู้สังหารทหารอเมริกัน 603 คน ทำร้ายทหารอเมริกันและคนอเมริกันบาดเจ็บเกินพันคน

โซเลมานี เป็นบุคคลอันตรายต่ออเมริกาไม่สิ้นสุด

ดังนั้น เช้ามืดของวันที่ 3 มกราคม 2020 โดรนของอเมริกาจึงยิงจรวดใส่รถที่รับโซเลมานีจากเครื่องบินจนไหม้ร่างแหลกละเอียด มีคนตาย 6 คน แต่สามารถระบุตัวโซเลมานีได้จากแหวนประจำตัวที่สวมที่นิ้ว

นี่คือปฏิบัติการการสุดยอดการข่าว และเทคโนโลยีการรบล่าสังหารที่ล้ำยุคของอเมริกาภายใต้การตัดสินใจสั่งการของทรัมป์

ก่อนหน้านั้นในยุคสมัยของประธานาธิบดีบุช มีการวางแผนสังหารโซเลมานีมาก่อนแล้ว แต่ต้องยกเลิกไป เพราะไม่แน่ใจผลลัพธ์ที่จะติดตามมา

ในช่วง 8 ปี 2 สมัยของประธานาธิบดีโอบามา โซเลมานีโจมตีขบวนคอนวอยขนส่งเสบียงของกองกำลังอเมริกันหลายครั้ง แต่โอบามากลับผ่อนคลายให้เงินสนับสนุนโซเลมานีเป็นการลับเพื่อให้เลิกโจมตีคอนวอยอเมริกัน พร้อมทั้งดึงพันธมิตรมาร่วมทำสัญญานิวเคลียร์กับอิหร่านเป็นผลสำเร็จ

โดยทรัมป์ได้พูดเอาไว้เมื่อวันที่ 6 ม.ค 2020 ว่า โอบามาให้เงินสดอิหร่าน 150 ล้านเหรียญ โดยที่อเมริกาไม่ได้อะไรตอบแทนเลย (อิหร่านไม่หยุดสงครามและไม่หยุดพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์)

ในยุคสมัยของทรัมป์เมื่อไม่กี่เดือนก่อนที่โดรนของอเมริกาจะถูกอิหร่านสอยร่วง เครื่องบินโจมตีบินจากเรือบรรทุกเครื่องบินอเมริกาในอ่าวเปอร์เซียนจวนจะถึงเป้าหมายในอิหร่านอยู่แล้ว แต่ทรัมป์ใช้ความยับยั้งชั่งใจสั่งเครื่องบินรบหันหัวกลับในนาทีสุดท้าย

การถล่มอิหร่านโดยอเมริกาจึงยังไม่เกิดขึ้น

แต่ครั้งนี้ที่ทรัมป์ขู่ว่า ถ้าทหารอเมริกันหรือพลเรือนอเมริกันถูกสังหารหรือกิจการของอเมริกาถูกทำลาย เขาจะสั่งถล่มเป้าหมายในอิหร่าน 52 แห่ง รวมทั้งเป้าหมายทางวัฒนธรรมของอิหร่านก็ไม่ยกเว้น

อิหร่านจะราบเป็นหน้ากลอง

อิหร่านต้องคิดให้หนัก การเสียนายพลหนึ่งคนถ้าจะเอาคืนด้วยการแลกกับการแหลกรานทั้งประเทศจะคุ้มกันไหม?

ชั่วโมงนี้ อิหร่านยังไม่มีพันธมิตรที่ประกาศล่มหัวจมท้ายอย่างชัดเจน ขืนเข้าสู่สงครามกับอเมริกาจะมีใครช่วย อีกทั้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านก็ยังไม่สมบูรณ์ อาวุธยุทโธปกรณ์ของอิหร่านยังห่างไกลอเมริกาชนิดไม่มีอะไรเทียบกันได้เลย

ข่าวสังหารโซเลมานีเมื่อวันศุกร์ไม่สร้างความแตกตื่นในอเมริกามากนัก ดาว์นโจนร่วงไปแค่ 1.08% หรือ 233 จุด เป็นการลดลงจากจุดสูงสุดตลอดกาลก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน แน่นอนว่า น้ำมันและทองคำต้องปิดสูงขึ้น

ทั้งนี้ในคืนวันที่ 6 ม.ค. 2020 พรรคเดโมแครตบอกว่าจะนำเรื่องทรัมป์สั่งยิงจรวดสังหารนายพลอิหร่านโดยไม่ผ่านสภาฯ เข้ามาอภิปราย สมาชิกรีพับลิกันตอบกลับว่า สมัยโอบามามีการยิงจรวด 2,800 ครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่ขออนุญาตสภาฯ

ทันทีที่การสังหารนายพลอิหร่านสำเร็จผล ทรัมป์สั่งคนอเมริกันให้ออกจากอิรักโดยด่วนที่สุด พร้อมทั้งส่งทหารอเมริกัน 3,000 คน เสริมในตะวันออกกลาง

โดยทรัมป์ ได้พูดออกมาประโยคหนึ่งว่า “เราปฏิบัติการเพื่อหยุดยั้งสงคราม เราไม่ได้ทำสงคราม“

>>>>>อ่านข่าวความขัดเเย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯเพิ่มเติมได้ที่นี่<<<<<