เจษฎ์ จี้ กกต. แก้ระบบเลือกตั้ง ซัด ทำลายศรัทธา ปชช.

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

2 กุมภาพันธ์ 2569

เจษฎ์ จี้ กกต. แก้ระบบเลือกตั้ง ซัด ทำลายศรัทธา ปชช.

ภายหลัง (1 ก.พ. 69) เสร็จสิ้นการลงคะแนนใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ล่วงหน้า ซึ่งระหว่างวันเกิดกระแสวิจารณ์มากมาย เกี่ยวกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทั้งการระบุเลขเขตหน้าซองใส่บัตรเลือกตั้งผิดพลาด รวมถึงไม่มีการติดใบรายชื่อผู้สมัครบางพรรค นั้น สร้างความไม่พอใจต่อผู้ใช้เสียง และมองว่าอาจกระทบถึงคะแนนเสียง นั้น

วันนี้ (2 ก.พ. 69) รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ วิพากษ์วิจารณ์การทำงาน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังพบความผิดพลาดในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา พร้อมชี้ชัดถึงความสะเพร่าของกรรมการกลางซึ่งอาจทำลายศรัทธาประชาชน และกระทบถึงโครงสร้างประเทศ 

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมืองเฉพาะบางพรรค แต่คือความล้มเหลวของระบบ ที่ทุกพรรคโดนหางเลขกันถ้วนหน้า 

“ต้องฝากกรรมการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านไป ท่านมีความผิดพลาดมาก แล้วไม่ได้เป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับเฉพาะบางพรรค พี่น้องประชาชนอย่าไปหลงตามว่า มีการทำร้ายพรรคนั้น มีการทำลายคะแนนเสียงพรรคนี้ ไม่ใช่ ทุกพรรคโดนกันหมด มันเป็นความผิดพลาดของกรรมการ ต้องยอมรับว่าการติดป้าย การติดชื่อ การเอาแผ่นที่เป็นแผ่นขาวไปทับชื่อ ผิดพลาดกันไปหมด ทำให้คนสับสน การเขียนเลขที่หน้าซอง ท่านอาจจะจำเป็นต้องเขียนอยู่แต่เขียนให้ถูกครับ พิจารณาให้ถ้วนถี่ อย่าให้เกิดความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว 

ต่อมา รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวถึงประเด็นจากเหตุการณ์อุกอาจในพื้นที่นครศรีธรรมราช ที่มีการบุกชิงบัญชีรายชื่อไปดื้อ ๆ ว่า แบบนี้ผู้ตรวจการเลือกตั้งอยู่กันที่ไหน ? หากกรรมการ (กกต.) ยังทำงานแบบนี้ อย่าหวังเลยว่าประชาชนจะไว้ใจผลการเลือกตั้ง และเมื่อความศรัทธาในกติกาหมดลง ความศรัทธาในสภา และพรรคการเมือง จะพังทลายตามไปด้วย 

“เราไปนครศรีธรรมราชมา มีการกระทำที่อุกอาจมาก เข้าไปชิงบัญชีรายชื่อไปเลย แบบนี้ผู้ตรวจการเลือกตั้งอยู่กันที่ไหน ประชาชนจะไม่ไว้วางใจกรรมการ แล้วจะลามไปถึงไม่ไว้วางใจกระบวนการทั้งหมด รวมถึงพรรคการเมือง แล้วมันจะอยู่กันอย่างไร การเลือกตั้ง ถ้าหากวิปริตแปรปรวน มันจะทำให้สภาไม่สามารถตั้งมั่นอยู่ได้ การพัฒนาประเทศชาติจะทำไม่ได้ ฝากคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. ท่านสำคัญมาก ท่านไม่จัดการเลือกตั้งให้ดี ประเทศชาติจะพัง” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว 

นอกจากนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ได้กล่าวตำหนิถึงเรื่อง “เงินภาษี” โดยย้ำว่า ทุกบาททุกสตางค์คือน้ำพักน้ำแรงของประชาชน การจัดเลือกตั้งที่ผิดพลาดซ้ำซาก เท่ากับเอาเงินประชาชนมาละลายเล่น

“นอกเหนือจากว่าการเลือกตั้ง เป็นเรื่องสำคัญมากของบ้านเมืองแล้ว ยังเป็นเรื่องที่ใช้เงินเยอะด้วย งบประมาณแผ่นดินล้วนมาจากหยาดเหงื่อของพี่น้องประชาชน เป็นภาษี ที่ท่านเสียในทุกทิศทุกทาง ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้เป็นเงิน ถ้าหากว่าทำผิด ทำพลาด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันจะทำให้บัตรเลือกตั้ง ทั้งสีเขียว สีชมพู กลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่า” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว 

ทั้งนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวถึง “บัตรสีเหลือง” หรือการทำประชามติที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ กล่าวว่า กกต. ออกเอกสารชี้นำและตั้งคำถามที่ชวนสับสน 

“แล้วนั่นมันวันที่เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่เป็นวันเลือกตั้งจริง 8 กุมภาพันธ์ จะมีบัตรสีเหลืองเข้ามาด้วย บัตรลงประชามติ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ กับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องบอกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง เอกสารที่ท่านออก ชี้นำไปในทางที่ทำให้สับสนแล้ว การออกคำถาม เพียงหนึ่งคำถามไม่สะเด็ดน้ำ อย่างไรต้องเสียเงินอีก กับคำถามที่สอง คำถามที่สาม ทำไมถึงจะต้องเสียเงินภาษี ซ้ำแล้วซ้ำเล่า รัฐธรรมนูญมันสามารถที่จะแก้รายมาตราได้ ท่านไม่เคยบอกให้ชัดเจน พี่น้องประชาชน ทุกวันนี้ภาษีของเรา ถูกละลายไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง จัดการเลือกตั้งไม่สามารถสัมฤทธิ์ผลได้ การประชามติจะทำให้บ้านเมืองแตกแยกแล้วมีปัญหาต่อไป กรรมการสำคัญที่สุด ผู้เล่นก็สำคัญ อย่าหลอกลวงประชาชน อย่าผลาญภาษีกันอีกเลย” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวทิ้งท้าย