เจษฎ์ ร้อง กกต. ตรวจเงินซื้อโฆษณา พรรคประชาชน ถาม เอาทุนมาจากไหน

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

6 กุมภาพันธ์ 2569

เจษฎ์ ร้อง กกต. ตรวจเงินซื้อโฆษณา พรรคประชาชน ถาม เอาทุนมาจากไหน

วันนี้ (6 ก.พ. 69) รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ เปิดเผยถึงข้อมูลภายหลังลงพื้นที่หาเสียง กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากประชาชน กรณีสื่อโฆษณาออนไลน์ของพรรคการเมืองคู่แข่ง ที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ตลอดทั้งวัน จนสร้างความรำคาญ

รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า ตอนนี้เริ่มมีบทวิเคราะห์จากนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน ออกมาตั้งข้อสังเกตในลักษณะที่ประชาชน มาถามเรา ว่าเขาไม่ได้ติดตามพรรคส้ม แต่ทำไมขึ้นทุกช่องทางในโทรศัพท์ของเขา โดยเรื่องนี้ มีรายงานจากการตรวจสอบพบ มีการซื้อสื่อโซเชียลมีเดีย ผ่านบริษัทเอเจนซี่ที่สิงคโปร์ เพื่อยิงโฆษณาให้เปิดการมองเห็นเข้ามาในไทย ถือเป็นการใช้เม็ดเงินจำนวนมาก ถ้าเป็นจริง และมีลักษณะคล้ายการครอบงำทางเทคโนโลยี เพื่อดูดกลืนพื้นที่หาเสียงของพรรคอื่น จึงเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินและวิธีการดังกล่าวว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ และข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ได้กล่าวพาดพิงถึงกรณี นายธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตพรรคกล้าธรรม ที่เคยฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทกว่า 700 คดี แต่พบว่าเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงเพียง 200 ราย ส่วนอีก 500 ราย เป็น “อวตาร” หรือบัญชีปลอมที่สร้างขึ้นเพื่อโจมตีทางการเมือง กล่าวว่า พรรครักชาติ และพรรคอื่น ๆ ต่างตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีในลักษณะนี้จากพรรคที่อ้างว่ามีความนิยมสูงสุด

“ทีแรกไม่เข้าใจคุณธรรมนัส แต่ตอนนี้คุยกับหลายพรรคการเมือง เข้าใจแล้ว พรรครักชาติโดน พรรคการเมืองอื่นโดนเช่นเดียวกัน และที่โดนมากที่สุดคือโดนจากพรรคที่บอกว่าตัวเองใหญ่ที่สุด ตัวเองจะได้คะแนนมากที่สุด ตัวเองจะมาเป็นรัฐบาล ตัวเองทำได้ดีกว่าทุกคน อวตารทั้งหมดเหล่านี้เหรอครับทำได้ดีกว่าทุกคน หลอกลวงทั้งโลก แล้วขี้โกงทุกคน” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

ต่อมา รศ.ดร.เจษฎ์ ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมโดยเชื่อมโยงเทคโนโลยีการสร้างอวตารกับธุรกิจสีเทา อย่างเว็บพนันออนไลน์ พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบความเชื่อมโยงดังกล่าว กล่าวว่า เทคนิคที่ใช้กับอวตาร เป็นเทคนิคเดียวกันกับการใช้ในพนันออนไลน์ คนที่มีศักยภาพ มีความสามารถในการใช้อวตารมากที่สุด ย่อมสามารถทำพนันออนไลน์ได้มากที่สุดเช่นกัน แล้วมีพรรคการเมืองหนึ่ง คนที่เคยเป็นอดีต ส.ส. เป็นผู้สมัครถูกตัดสิทธิ์เพราะอะไร เพราะทำพนันออนไลน์ มันคือเทคนิค เทคโนโลยีเดียวกัน อวตารกับพนันออนไลน์ ทาง กกต. ต้องไปเช็กตรวจสอบว่าคนที่ทำอวตารกับพนันออนไลน์ คนเดียวกันหรือไม่ ถ้าใช่ ต้องถูกตัดสิทธิ์กันหมด รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

ทั้งนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ทิ้งท้ายด้วยการตั้งคำถามถึง งบประมาณการหาเสียงผ่านป้ายโฆษณาอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ที่มีมูลค่ามหาศาล ว่าพรรคการเมืองใหญ่นำเงินทุนมาจากที่ใด และได้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมเตือนกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่เคลื่อนไหวสนับสนุนบางพรรคการเมือง โดยเฉพาะการรณรงค์ผ่านครูและนักเรียนในโรงเรียน ว่ารายได้จากการรับงานเหล่านี้จะต้องถูกตรวจสอบโดยกรมสรรพากร

“บรรดาอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้รับเงินไหม ทำฟรีเหรอ ไม่มีทาง แล้วพรรคการเมืองขอคนเหล่านี้ทำงานฟรีเหรอ ไม่ใช่ ผมขอเตือนบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลาย ตอนนี้อาจจะสนุก อาจจะรู้สึกตื่นเต้นกับการเชียร์บรรดาพรรคทั้งหลาย แต่พอจบการเลือกตั้ง สรรพากรมาเคาะประตูตาม” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวทิ้งท้าย