เจี๊ยบ อมรัตน์ ลงพื้นที่ให้กำลังใจ การโหวตนายกฯ ในที่ประชุมรัฐสภา
อีจัน
13 กรกฎาคม 2566

“เจ้าหน้าที่ต้องแยกปลาออกจากน้ำ อยากให้แยกแยะ เพราะทุกคนที่มา มาด้วยความสันติ ใครก่อความวุ่นวายก็จับคนนั้นไป”
วันนี้ (13 ก.ค.66) ที่หน้าอาคารรัฐสภา บริเวณศูนย์ราชการเกียกาย อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล มาร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมให้กำลังใจ การโหวตนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมรัฐสภา
โดยนางอมรัตน์ กล่าวว่า ตนมาในฐานะทีมงานการเมืองของรองประธานสภาคนที่ 2 และประสานกับศูนย์บริการสาธารณสุข สังกัดของ กทม. โดยเมื่อสามวันก่อน ตนได้มาที่นี่กับรองประธานสภาคนที่สอง คือนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยของการใช้สถานที่ดังกล่าว

ควรกังวลไหมคะ? ได้กล่าวต่อว่า “มันผ่านการเลือกตั้งแล้ว ประชาชนแสดงเจตนารมณ์แล้ว หวังว่าสมาชิกวุฒิสภาจะเคารพการตัดสินใจของประชาชน ซึ่งเท่าที่รับฟังอารมณ์ของมวลชน ก็ร้อนระอุ “
พร้อมกันนี้ ได้อ้างนิด้าโพล ว่าหาก ส.ว. ไม่เคารพมติของประชาชน จะมีประชาชนถึง 7% เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็ประมาณแสนคน ก็พร้อมที่จะออกมาชุมนุมทันที ตนเองไม่อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น และเราก็ไม่ใช่คนจัดม็อบ เป็นเพียงคนประสานงาน ระหว่างสภากับสถานที่
หรับมวลชนที่มาในวันนี้ เรียกว่าผู้ชุมนุมก็ไม่ได้ ขอเรียกว่าเป็นประชาชนที่ตื่นตัวทางการเมือง ที่มาที่นี่เพื่อติดตามการประชุมสภา และการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่ามีการพูดคุยกับผู้ชุมนุมหรือไม่ ถึงขอบเขตในการชุมนุม นางอมรัตน์บอกว่า มันเป็นเรื่องธรรมชาติ และไม่สามารถควบคุมได้ แต่หากกลุ่มไหนที่ตนรู้จัก ก็จะบอกให้ทำกิจกรรมด้วยความเรียบร้อย เพราะหากเกิดอะไรที่ไม่เรียบร้อยอาจส่งผลไม่ดีกับตัวนายพิธา และไม่เป็นผลดีต่อการโหวตนายก เพราะพวกเราก็อยากได้นายพิธาเป็นนายกในคืนนี้ ในการโหวตครั้งแรกเลย เพราะฉะนั้นทุกคนก็มีความรับผิดชอบอยู่แล้ว อย่าไปสร้างเหตุอะไรที่ก่อให้เกิดความรุนแรง และทุกคนมีเจตนาดี ให้สะดวกราบรื่น
อีกทั้ง ก็อยู่ที่เจ้าหน้าที่ด้วย ที่จะต้องใช้ความละมุนละม่อม ที่ใช้การพูดคุยกับผู้ที่มาติดตามการประชุมในวันนี้
ปกติการชุมนุม ที่ผ่านมา เวลาเกิดเหตุความไม่สงบก็ไม่ได้เกิดมาจากกลุ่มผู้ที่มาชุมนุม แต่อาจจะมีบางส่วนที่ก่อเหตุเจ้าหน้าที่จะต้องจึงจำเป็นต้องแยกปลาออกจากน้ำ และไม่อยากให้เหมารวม ว่าผู้ชุมนุมทั้งหมดเป็นผู้ก่อความวุ่นวาย และส่วนใหญ่ที่มา ก็มาโดยสงบสันติปราศจากอาวุธ อยากให้เจ้าหน้าที่แยกแยะ
นางอมรัตน์ กล่าวอีกว่า พื้นที่รัฐสภาเป็นพื้นที่ที่ต้องรักษาความปลอดภัยสูงสุด ป้องกันไว้ก็ดี การมีเจ้าหน้าที่มาป้องปรามก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ท่าทีก็ควรที่จะเป็นมิตร เพราะคนที่มาเป็นเพียงผู้สนับสนุน ที่ต้องการปกป้องผลการเลือกตั้งที่พวกเขาได้เลือกมาแล้ว และเป็นไปตามผลตามเลือกตั้งเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะเลือกตั้งมาทำไม ซึ่งตนก็เข้าใจในอารมณ์ของพี่น้องประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่า สมาชิกวุฒิสภาจะวอล์คเอาท์ในเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรีเพื่อให้องค์ประชุมขาด และการโหวตนายกไม่สำเร็จ นางอมรัตน์ เผยว่าตนก็ได้รับทราบกระแสข่าวเช่นนั้นเหมือนกัน ซึ่งมีความพยายามจะทำให้ไม่เกิดการโหวตวันนี้ ซึ่งเป็นเรื่องของในสภา ไม่ได้เกี่ยวกับตนเพราะไม่ได้เป็น ส.ส. แล้ว แต่ก็รับว่ารู้สึกเสียใจ หากเป็นเช่นนั้นประชาชนก็รอคอย มาสองเดือนแล้วหลังผ่านการเลือกตั้ง และควรจะมีนายกรัฐมนตรี และ ครม.ได้แล้ว รวมทั้งคุณประยุทธ์ก็พร้อมที่จะกลับบ้านแล้ว ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าจะไปสร้างเงื่อนไขแบบนั้นขึ้นมาทำไม และไม่อยากให้ทำแบบนั้น
เมื่อถามว่าหากมีการเลื่อนการโหวตจริงๆ มวลชน จะมีการเคลื่อนไหวหรือไม่ คุณอมรัตน์บอกว่าตนเดาไม่ถูกจริงๆ อยู่ที่อารมณ์ของมวลชน ที่ทำได้คือทำให้พวกเขาใจเย็นลง ถ้าเกิดอารมณ์ขึ้นก็อาจจะต้องพูดคุยกัน ว่าหากโหวตวันนี้ไม่สำเร็จก็จะมีการโหวตครั้งต่อไป และไม่ใช่วันที่ควรจะมีเหตุการณ์ที่ไม่ดี หรือเป็นเหตุการณ์ที่แตกหัก