ดร.เจษฎ์  เตือนไทยให้คิดก่อน! หลัง ทรัมป์ ชวนร่วม “คณะกรรมการสันติภาพโลก”  พร้อมกัมพูชา 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

24 มกราคม 2569

ดร.เจษฎ์  เตือนไทยให้คิดก่อน! หลัง ทรัมป์ ชวนร่วม “คณะกรรมการสันติภาพโลก”  พร้อมกัมพูชา 

ทรัมป์ สร้างเรื่อง ให้ ดร.เจษฎ์ งานนี้มีสวน!  

วันนี้ 24  ม.ค. 69 เวลา 06:30 น. รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ได้เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ พบปะพี่น้องประชาชนระหว่างหาเสียงตลาดเช้า ที่จังหวัด ภูเก็ต โดยได้ตั้งข้อสังเกตถึงทิศทางการเมืองไทย เป็นการให้สัมภาษณ์ 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) ว่า  

ในปัจจุบันหลายพรรคการเมืองมุ่งเน้นแต่การนำเสนอนโยบายในเชิงประชานิยมเพื่อดึงดูดความสนใจของประชาชน แต่กลับมองข้ามวิกฤตการณ์ระหว่างประเทศที่กำลังคุกคามเข้ามา โดยเฉพาะกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ส่งจดหมายเชิญผู้นำกว่า 60 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้ง “คณะกรรมการแห่งสันติภาพ” (Board of Peace) โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือการเรียกเก็บเงินสมทบสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 3 หมื่นล้านบาท เรื่องนี้เป็นประเด็นใหม่ที่ไทยต้องเตรียมคำตอบและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพราะยังไม่ชัดเจนว่าจริงๆแล้วทรัมป์กำลังจะทำอะไร และการชักชวนประเทศต่างๆ เข้าร่วมจะก่อผลกระทบในลักษณะเเบบไหน? 

สำหรับเรื่องนี้ เป็นประเด็นใหญ่ที่ทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่รัฐบาล นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีในปัจจุบัน ตลอดจนพรรคที่มีโอกาสเป็นแกนนำรัฐบาลในอนาคต จะต้องคิดให้รอบคอบ เพราะถึงเเม้ในปัจจุบันจะเป็นเพียงการรักษาการหรือปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แต่ในวันหน้าจะต้องเผชิญกับการบริหารความเสี่ยงท่ามกลางความขัดแย้งของมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐฯและจีนที่ต่างก็ถูกชักชวนให้เข้าร่วมในเวทีนี้เหมือนกัน  

ดร.เจษฎฺ์ ก็ได้บอกเพิ่มอีกว่า  ไทยต้องชั่งน้ำหนักอย่างเป็นระบบ ถ้าจะเข้าร่วมเวทีนี้ต้องตอบให้ได้ว่าแตกต่างจากเวทีที่ไทยอยู่แล้วยังไงสหประชาชาติอย่างไร จะให้ผลบวกอะไรกับประเทศไทย และจะก่อผลลบ หรือผลเสียอะไรหรือไม่ รวมถึงจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่ไทยเผชิญอยู่เป็นประจำ เช่น ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ได้จริงเพียงใด พร้อมย้ำว่าการนำเสนอปัญหาในประเทศเป็นเรื่องสำคัญ แต่ภัยคุกคามจากต่างประเทศก็รุกเข้ามา และเป็นปัญหาที่มีมาในอดีตยาวนานไม่เคยหายไป เรื่องระหว่างประเทศคุกคามเรามา และปัญหาเหล่านี้เคยมีมานับร้อย ๆ ปี ยังไม่สิ้นหายไป โดยเฉพาะสถานการณ์ที่จ่อคอหอยเราอยู่ทุกวันคือ ไทย-กัมพูชา เวทีนี้จะแก้ได้อย่างไร 

ภายหลัง รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ได้นำทีมพรรครักชาติ (เบอร์ 35) อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายทัศนัย ทองมี รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 6), นายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7), นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8), นายรัฐภูมิ วัลลิกุล เหรัญญิกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 9) และนายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค เปลี่ยนเสื้อผ้า และพร้อมใจกันสวมชุด “บ่าบ๋า” ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวภูเก็ตและกลุ่มเพอรานากัน เพื่อลงพื้นที่ย่านเมืองเก่า พบปะพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งการแต่งกายของทีมพรรครักชาติครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างสีสัน แต่เป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจของพรรคที่จะอนุรักษ์วัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจภูเก็ต โดยทีมพรรครักชาติ ได้เดินเท้าไปตามถนนถลางและซอยรมณีย์  บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง  

ไหนๆลูกเพจคนไหนที่มี พรรครักชาติ ไว้ในใจบ้างมั้ยคะ?