ศาลยกฟ้อง “ช่อ พรรณิการ์” ไม่ผิด พ.ร.บ.คอมฯ โพสต์เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีฯ

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

11 มีนาคม 2569

ศาลยกฟ้อง “ช่อ พรรณิการ์” ไม่ผิด พ.ร.บ.คอมฯ โพสต์เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีฯ

ตามที่ ศาลอาญา (ศาลชั้นตั้น) มีคำพิพากษายกฟ้อง นางสาวพรรณิการ์ วานิช ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังถูกเจ้าหน้าที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร้องแจ้งความต่อ ปอท. เพื่อดำเนินคดีโพสต์เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา มีลักษณะพาดพิงสถาบัน นั้น

วันนี้ (11 มี.ค. 69) ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้อง ช่อ พรรณิการ์ วานิช ไม่มีความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อกรณีโพสต์เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา มีลักษณะพาดพิงสถาบัน

ด้าน นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความส่วนตัวของ ช่อ พรรณิการ์ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีที่อัยการฟ้องเมื่อปี 2565 กรณีถูกแจ้งข้อกล่าวหา ในฐานความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) (นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ) จากการโพสต์ข้อความสมัยที่เธอยังเป็นนักข่าว และโพสต์ข้อความวิจารณ์การเมือง ข้อความที่กล่าวถึงระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในช่วงเหตุการณ์ กปปส. ต่อมา ศาลอุทธรณ์พิจารณาสำนวน เป็นเวลา 2 ปี และมาอ่านคำพิพากษาวันนี้ ว่า เห็นพ้องต้องด้วยกับศาลอาญา ที่วินิจฉัยว่าเป็นการแสดงความคิดเห็น ไม่มีความผิดตามองค์ประกอบ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เป็นการแสดงความคิดเห็นตามเสรีภาพทางการเมือง

ส่วนเรื่องเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา ได้เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่า เพลงดังกล่าวเป็นบทกลอนและกวีตั้งแต่สมัยอยุธยา และรัฐบาลนำมาจัดสอนหนังสือทำหนังสือ ซึ่งไม่ได้เป็นความผิดอะไร

ตามกฎหมายเมื่อคดีอาญาที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องยืน กฎหมายบัญญัติว่า โจทก์ไม่สามารถยื่นฎีกาได้ แต่เนื่องจากโจทก์ในคดีนี้เป็นพนักงานอัยการ ก็มีช่องว่าอัยการสูงสุดมีความเห็นให้ยื่นฎีกาได้ ภายในระยะเวลา 30 วัน

นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องปรึกษากับทีมงานและคุณช่อดู เพราะเรื่องดังกล่าวทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และเข้าใจว่าเป็นบุคคลสาธารณะ อาจจะถูกกระทบกระทั่งได้ แต่คิดว่าคุณช่อไม่ได้แค้นอะไร เพราะตอนนี้ยิ้มแย้มมีความสุขดี

ขณะที่ ช่อ พรรณิการ์ เปิดเผยว่า ตอนนี้คดีสำคัญ มีคดี ม.116 (ยุยงปลุกปั่น) ที่โดนพร้อมกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ถูกอดีตพุทธะอิสระได้ฟ้องไว้ ซึ่งตอนนี้อยู่ชั้นอัยการ ตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่

นอกจากนี้ ช่อ กล่าวฝากไปยังสังคม เนื่องจากตัวเองเป็นคนเดียวที่เป็นนักการเมืองถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต ในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา ซึ่งมูลเหตุที่ศาลใช้พิจารณาในเรื่องการละเมิดจริยธรรมร้ายแรง ส.ส. แต่ในทางอาญาชนะมาแล้ว 2 ศาล แปลว่า การดำเนินคดีทางอาญาและคดีจริยธรรมไม่ได้ไปด้วยกัน จึงฝากให้สังคมได้พิจารณาว่า เรื่องดังกล่าวได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ตนไม่ได้พูดถึงตัวเองที่ถูกกระทำคนเดียว เพียงแต่ว่าในอนาคตอยากให้มีบรรทัดฐานจริยธรรมในการตัดสิน เพราะเห็นว่า ตนไม่ได้พูดเอง แต่เป็นศาลทั้ง 2 ตัดสินว่าไม่มีความผิด