ภารกิจที่รอการสานต่อ หลังคำวินิจฉัย บิ๊กตู่ ได้ไปต่อ บนเวเที APEC
Pongpang อีจัน
30 กันยายน 2565

วันนี้ 30 ก.ย.2565 จากกรณีที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ไปต่อ เป็นไปตามแนวทางการประเมิน ตามการตีความที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาเป็นเวลา 5 ปี ยังไม่ครบวาระ 8 ปีตามที่พรรคฝ่ายค้านได้ยื่น ยังสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อีก 2 ปี หรือจนถึงปี 2568
ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย “บิ๊กตู่” ได้นั่งนายกฯต่อส่วนเส้นทางภารกิจทางการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน ที่สำคัญต่อไปนี้กับการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก (APEC) หรือ APEC 2022 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในประเทศไทย โดยการประชุมเอเปค (APEC) ซึ่งเป็นการประชุมผู้นำสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ มีกำหนดจัดขึ้น วันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565
สำหรับการเตรียมความพร้อมกว้าสู่ APEC ตามแนวคิด Open. Connect. Balance. หรือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” เพื่อเปิดกว้างสู่ทุกโอกาส ด้านการค้าและการลงทุน เชื่อมโยงในทุกมิติเพื่อฟื้นฟูการเดินทางระหว่างกันที่สะดวกและปลอดภัย และส่งเสริมการเจริญเติบโตที่เน้นสร้างสมดุล ในทุกด้าน ผ่านการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และการเกษตรเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน
โดยไทยได้คำนึงถึงการพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy Model หรือ BCG ) มาเป็นแนวคิดหลักเพื่อขับเคลื่อนประเด็นที่จะผลักดันในการเป็นเจ้าภาพเอเปคในครั้งนี้
ทั้งนี้การเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคของไทยในปี 2565 มีความท้าทายแตกต่างจากเมื่อครั้งที่ไทยเป็นเจ้าภาพฯ ในปี 2546 เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในสภาวการณ์โควิด-19 ที่เอเปคกำลังปรับตัวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและเตรียมพร้อมรับมือความท้าทายใหม่ ๆ ไทยจึงให้ความสำคัญกับการปรับตัวและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ในยุคหลังโควิด-19 อย่างครอบคลุม
เพื่อเปิดกว้างสู่ทุกโอกาสด้านการค้าและการลงทุน การส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคผ่านมุมมองใหม่ที่ได้เรียนรู้จากสถานการณ์โควิด-19 เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ทุกภาคส่วนในสังคม
สำหรับ ประเด็นสำคัญที่ไทยนำเสนอในการประชุมนั้น ล้วนเป็นประเด็นที่รัฐบาลตระหนักถึง ให้ความสำคัญ และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการส่งต่อความสำคัญของประเด็นเหล่านี้ อาทิ การส่งเสริมการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 การอำนวยความสะดวกด้านการค้าการลงทุน การแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างสมดุล และ โมเดลเศรษฐกิจ BCG” ตามที่นายกรัฐมนตรีเคยกล่าว