มาตามนัด! “ทักษิณ” ขึ้นศาลสู้คดี ม.112

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

1 กรกฎาคม 2568

มาตามนัด! “ทักษิณ” ขึ้นศาลสู้คดี ม.112

วันนี้การเมืองมีแต่เรื่องให้น่าติดตาม โดยเฉพาะนัดชี้ชะตา “ชินวัตร”

วันนี้ (1 ก.ค. 68) ที่ศาลอาญา ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก คดีหมายเลขดำ อ.1860/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิด ฐานดูหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ม.112 ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีนายทักษิณ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศพาดพิง เมื่อปี 2558

โดยในวันนี้ “ทักษิณ” เดินทางมาด้วยรถหรู ป้ายทะเบียน ธษ 267 กท. เพื่อฟังการพิจารณาสืบพยาน นายทักษิณลงรถที่ประตูด้านข้างศาลอาญา ทั้งนี้มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางมาร่วมรับฟังการพิจารณาคดี พร้อมให้กำลังใจนายทักษิณด้วย  

ด้านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้เป็นการนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ของอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 ที่เป็นโจทก์ฟ้องนายทักษิณในข้อหาความผิดมาตรา 112 โดยวันนี้ทางโจทก์จะนำพยานประมาณ 3 ปากที่เสนอชื่อไว้ จากทั้งหมด 10 ปาก โดยใช้เวลาสืบพยาน 3 วัน ตนในฐานะทนายฝ่ายจำเลยก็จะมีหน้าที่ถามค้าน

เมื่อถามว่านายทักษิณจำเป็นต้องมาฟังการสืบพยานทุกนัดหรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า ในวันนี้เป็นหน้าที่ของนายทักษิณที่จำเป็นมาเนื่องจากคดีนี้จำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวอยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องเข้ามาปรากฎตัวต่อศาล ก็ต้องดูอีกว่าทางศาลอาญาจะมีข้อกำหนดในการพิจารณาคดีหรือไม่

เมื่อถามว่าฝ่ายจำเลยจะมีการยื่นคำร้องขอพิจารณาลับหลังจำเลยหรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น อัตราโทษจะต้องไม่เกิน 10 ปี แต่คดีนี้อัตราโทษสูงกว่า 10 ปี อาจจะไม่เข้าข้อยกเว้น แต่หากมีเหตุจำเป็นถ้าจำเลยมีทนายความอยู่แล้วก็อาจจะขอพิจารณาลับหลังได้ แต่ในเบื้องต้นนายทักษิณ ประสงค์ที่จะเข้าฟังการพิจารณาด้วยตนเอง และกระบวนการทั้งหมดของคดีนี้มีทั้งหมด 7 นัด เป็นพยานฝ่ายจำเลย 14 ปาก สืบพยานจำเลยวันแรก 15 กรกฎาคม 4 นัด ส่วนพยานโจทก์มีทั้งหมด 10 ปาก ใช้เวลา 3 นัด เริ่มสืบพยานตั้งแต่วันที่ 1-3 กรกฎาคม การสืบพยานจะครบทั้งหมด 7 นัดหรือเสร็จสิ้นกระบวนการก่อน 7 นัดก็ได้อยู่ที่กระบวนการ โดยจะนัดสืบพยานครั้งสุดท้ายในวันที่ 23 กรกฎาคม

เมื่อถามว่าในส่วนจำเลยยังติดใจส่วนของคลิปวิดีโอที่นายทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีหรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า ในส่วนนี้ฝ่ายจำเลยติดใจแน่นอน และในวันนี้ก็จะมีการพิสูจน์ในประเด็นนี้ด้วย และจะทำให้เห็นว่าคลิปดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ มีการเก็บหลักฐานมาอย่างไร

ต่อมานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี น้องเขยของนายทักษิณ เดินทางมาถึงศาล พร้อมกล่าวสั้น ๆ ว่า วันนี้เดินทางมาให้กำลังใจนายทักษิณ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น ส่วนข้อถามว่า ทนายความของนายทักษิณ จะเสนอชื่อตนเป็น พยานจำเลยด้วยหรือไม่นั้น นายสมชายกล่าวว่า ทนายความนายทักษิณ ไม่ได้เสนอชื่อเป็นพยานจำเลยในคดีนี้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของทนายความที่จะเสนอชื่อพยานจำเลยต่อไป

สำหรับกรณีดังกล่าว เกิดขึ้นช่วงพฤศจิกายน 2558 ภายหลัง นายทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์กับสื่อในประเทศเกาหลีใต้ เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย และในบางช่วงบางตอนของการให้สัมภาษณ์นั้นได้มีเนื้อหาที่พาดพิงถึงสถาบัน จนในวันที่ 21 พ.ย. 58 พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.ศรายุทธ กลิ่นมาหอม ผู้อำนวยการสำนักพระธรรมนูญ กองทัพบก เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ในคดี ม.112