“ไผ่ ลิกค์” ฟาด ปชน. โยกเงินผู้ช่วย สส. ไปสมัครสมาชิกพรรค
บวรวัฒน์ อีจัน
4 พฤศจิกายน 2568

นับตั้งแต่ปะทะเดือดบนโซเชียลมีเดีย ระหว่าง นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดโปงสารพัดโกง ปักหลักอยู่ในที่เดียว แต่ใหญ่คับฟ้า ขนาดที่นายกฯ ยังไม่กล้าแตะ ทำให้ต่อมา ไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ตอบโต้อย่างทันควัน ฟาด เน้นพูดเน้นกล่าวหา หลักฐานอยู่ไหนไม่เคยมี นั้น
(3 พ.ย. 68) ไผ่ ลิกค์ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเอกสารหนังสือร้องนายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่อง ขอให้อายัดบัญชีพรรคประชาชน และดำเนินคดีฐานฟอกเงิน พร้อมกราฟฟิคประกอบ

โพสต์ระบุว่า
เอาเงินผู้ช่วย สส. ไปสมัครสมาชิกพรรคการเมืองผิดนะครับ แล้วเอาแค่ชื่อมาเป็นผู้ช่วย สส. และไม่ให้ทำงานเรียกบัญชีม้านะครับ แบบนี้เค้าเรียกหลักฐาน และยังมีอีกนะครับ คำสารภาพของเจ้าของบัญชี

ทั้งนี้ ภาพที่ ไผ่ ลิกค์ เปิดเผยนั้น เป็นเอกสารหนังสือที่ ทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักวิชาการอิสระ ได้ดำเนินการยื่นต่อ นายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ขอให้อายัดบัญชีพรรคประชาชนและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดมูลฐาน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
ระบุว่า ตามหนังที่อ้างอิง ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคประชาชน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 เนื่องจากปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการปกปิดแหล่งที่มาของเงินบริจาค ด้วยวิธีการจ่ายเป็นเงินค่าสมัครสมาชิกพรรคการเมืองซึ่งอาจถือเป็นการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดโดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น
กรณีเงินค่าสมัครสมาชิก ซึ่งทำธุรกรรมจากบัญชีของผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น เป็นเงินที่อาจได้มาจากการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่งรายชื่อให้สำนักงานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนำเงินค่าตอบแทนเข้าบัญชีผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว ทั้งที่มิได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอันแสดงเจตนาทุจริตด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อให้ได้ทรัพย์ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นโดยทุจริต อันเข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2546
เมื่อความปรากฏว่า พรรคประชาชนซึ่งได้จัดตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลที่ต้องมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่กลับมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 การกระทำที่เกี่ยวข้องดังกล่าวย่อมเป็นความผิดต่อรัฐให้ได้รับความเสียหายเป็นอย่างยิ่งและสำนักงานสภาผู้แทนราษฎรพึงได้รับทรัพย์ที่ถูกหลอกลวงโดยทุจริตนั้นคืนแก่รัฐ หากปล่อยให้บัญชีพรรคประชาชนยังคงทำธุรกรรมต่อไปก็อาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้น และไม่สามารถติดตามทรัพย์นั้นคืนแก่รัฐได้
ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินการของพรรคการเมืองให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากปล่อยให้มีการดำเนินธุรกรรมอยู่ก็อาจส่งผลเสียหายยิ่งขึ้น และเพื่อประโยชน์แก่การสืบสวน สอบสวน หรือไต่สวน แล้วแต่กรณี จึงขอได้โปรดรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานพร้อมทั้งเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาให้มีการอายัดบัญชีพรรคประชาชนและดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องดังกล่าวอันเกี่ยวกับความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542


ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก ไผ่ ลิกค์