“ชูวิทย์” รับ “ทักษิณ” เข้าคุกคดีชั้น 14 เป็นเสรีภาพที่ยิ่งใหญ่
บวรวัฒน์ อีจัน
10 กันยายน 2568

จากกรณี (9 ก.ย. 68) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 23 จำคุก 1 ปี กรณีเข้ารักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ด้วยเหตุผลอาการป่วยในคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2566 สามารถรักษาได้ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไม่จําต้องรักษานอกเรือนจํา และมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการรักษาของแพทย์ จึงเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนการเมืองไทยไม่น้อย เนื่องด้วยเป็นครั้งแรกที่มีอดีตนายกรัฐมนตรีไทย ต้องจองจำในห้องขัง

ต่อมาคืนวันที่ 9 ก.ย. 68 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นใจต่อการเข้าสู่เรือนจำของ ทักษิณ ชินวัตร กรณีเข้ารักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ยอมรับฐานะคนที่เคยติดคุกด้วยกัน แม้ไม่เห็นด้วย แต่ย่อมเชื่อฟัง พร้อมมองว่าการตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนี้ จะพลิกวิกฤติของ พรรคเพื่อไทย อย่างแท้จริง และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย ลั่น เสรีภาพที่ยิ่งใหญ่

โพสต์ระบุว่า
เสรีภาพที่ยิ่งใหญ่
ศาลฎีกาตัดสินให้ทักษิณกลับไปติดคุก 1 ปี
“โดยไม่ถือว่าระยะเวลาที่เคยอยู่ ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเป็นระยะเวลาในการคุมขัง
คนที่เคยติดคุกอย่างผม แม้ไม่เห็นด้วย แต่ย่อมต้องเชื่อฟัง เพราะเป็นศาลฎีกา
ถึงแม้จะอยู่สุขสบายแค่ไหน คุกก็คือคุก จะได้กินหูฉลาม ได้นอนฟูก แต่มันก็คือคุกอยู่ดี
หัวใจสำคัญที่สุดของการติดคุก คือ ”การจำกัดเสรีภาพ“ อันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ของมนุษย์ทุกคน
การที่คุณทักษิณอยู่โรงพยาบาลตำรวจมา 6 เดือน จึงถือว่า ”ไร้อิสรภาพ“ เพราะไม่สามารถไปไหนได้
เมื่อศาลไม่นับให้ ก็กลายเป็นติดคุกฟรี
อย่างผมถูกควบคุมตัวที่โรงพัก 3 วัน ราชทัณฑ์ยังนับเป็นวันคุมขัง นำไปตัดจำนวนวันต้องโทษลงได้
อันนี้ผมพูดตามความรู้สึกของคนคุกนะครับ
ความยุติธรรมที่ต้องวัดกันด้วย ”เสรีภาพ” คนไม่เคยติดอาจบอกว่า ไม่นาน แค่ 1 ปี เอง
แต่สำหรับคนที่ติดคุกมาก่อนจะรู้ว่า
เวลา 1 วัน ในคุก มันยาวนานกว่านอกคุกมาก เพราะเสรีภาพเขานับกันเป็นรายชั่วโมง
โดยเฉพาะคนอย่างอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่ปัจจุบันอายุ 76 ปี
การกลับมาโดยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ยอมเดินไปศาล ต้องใส่ชุดนักโทษขึ้นรถย้ายเรือนจำ สำหรับบางคนอาจสะใจ
แต่สำหรับผม ถือว่าต้องนับถือหัวใจ
ด้วยสถานการณ์ที่พลิกผัน อนุทินได้เป็นนายกฯ ขณะที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ติดคุก
ผมจึงกลับคิดว่านี่เป็นการ “พลิกวิกฤตอย่างแท้จริง“ ของพรรคเพื่อไทย
ภาวการณ์ที่แม้แต่พรรคส้มยังป้อแป้กับอุดมการณ์ที่กลับไปกลับมา
กับการโหวตที่สุดประหลาด “เป็นฝ่ายค้านที่โหวตให้ไปเป็นรัฐบาลเพื่อยุบสภา
และพรรคภูมิใจไทยที่ไม่มีอะไรจะขายในทางการเมือง
การติดคุกของทักษิณ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย
คนไทยมีนิสัยอยู่อย่าง ไม่ชอบเห็นคนถูกรังแก

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์