‘ศรีสุวรรณ’ ไม่แฮปปี้ ‘วันนอร์’ นั่งประธานสภา อ้างประวัติไม่สง่างาม

อีจัน ป๊อป

อีจัน ป๊อป

4 กรกฎาคม 2566

‘ศรีสุวรรณ’ ไม่แฮปปี้ ‘วันนอร์’ นั่งประธานสภา อ้างประวัติไม่สง่างาม

วาระการประชุมเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)​ วันนี้ (4 ก.ค.66) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นผู้เสนอชื่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดยมีผู้รับรอง 20 คน ครบตามข้อบังคับ โดยไม่มีการเสนอชื่อคนอื่นมาแข่งขันด้วย ถือว่าที่ประชุมลงมติให้นายวันมูหะมัดนอร์ เป็นประธานสภาโดยไม่ต้องมีการลงคะแนนแข่ง ตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ 6 วรรค 3

ซึ่งถัดมา นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ก็ต้องยอมรับเสียงของสภาที่มีมติเลือกไปแล้ว แต่ส่วนตัวไม่แฮปปี้กับประธานสภาคนใหม่ เพราะนายวันมูหะมัดนอร์ มีประวัติไม่ค่อยสง่างาม โดยเฉพาะมีบุคลากรในพรรคประชาชาติไปเกี่ยวข้องกับการจัดเสวนาเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.66 เกี่ยวกับการทำประชามติแบ่งแยกดินแดน ซึ่งทั้งหัวหน้าพรรคและพรรคถูกจับผิดเรื่องนี้มาโดยตลอด

ดังนั้น การที่เข้ามาเป็นประธานฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนตัวก็ยังหวั่นเกรงว่าอาจจะโน้มเอียงไม่เป็นกลางต่อกรณีที่มีขอเสนอเรื่องการแบ่งแยกดินแดน หากมีเรื่องการแบ่งแยกดินแดนขึ้นมาจริง หรือมีการกระทำใดที่จะทำให้ประเทศไทยสูญเสียอำนาจอธิปไตย หรือการปกครองตนเอง การแบ่งแยกดินแดน ซึ่งต้องมีการผ่านกฎหมายต่างๆ นายวันมูหะมัดนอร์ ก็ไม่ควรมีส่วนร่วมพิจารณา โดยถอยออกไปให้รองประธานสภาที่มีความเป็นกลางจริงๆ ทำหน้าที่แทนจึงจะเหมาะสมมากกว่า

ส่วนผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ไม่ว่าจะคนที่เป็นรองคนที่ 1 และ 2 โดยสถานะก็คือตำแหน่งประธานสภา คนที่จะมาดำรงตำแหน่งก็มีความสง่างาม และที่สำคัญต้องมีความจงรักภักดีต่อสภาบัน ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 500 คน จะเลือกคนที่มาเป็นผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติ โดยการเลือกหรือโหวตให้คนที่มีประวัติแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112

ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้การคุ้มครองสถาบันก็ดูจะเป็นการย้อนแย้งในการปฏิบัติหน้าที่ ความสง่างามไม่เกิดขึ้น และที่สำคัญ ณ วันใดวันหนึ่งที่จะต้องมาทำหน้าที่ประธานการประชุม หากประธานสภาติดภารกิจก็จะต้องทำหน้าที่ทั้งหมดเทียบเท่าประธานสภา ถ้ารองประธานสภาเป็นคนที่เคยรณรงค์ยกเลิกให้มีการแก้ไข มาตรา 112 จึงไม่ควรนั่งในตำแหน่งนี้ และหากใครโหวตสนับสนุนก็ควรถวายคืนเรื่องเครื่องราชอิสริยากรณ์

“ส.ส.ส่วนใหญ่ครั้งนี้ เป็นหน้าเดิม ที่ล้วนแต่ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ถือว่าเป็นคนที่มีคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินในการทำหน้าที่ ส.ส.ตลอดระยะเวลาหลายปี ซึ่งไม่ว่าจะได้รับพระราชทานเครื่องราชชั้นใดก็แล้วแต่ กลับมายกมือเลือกบุคคลที่มีประวัติยกเลิกแก้ไขมาตรา 112 จึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ถ้าจะยกมือให้ก็ควรแสดงสปิริตขอทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องราชคืน” นายศรีสุวรรณ กล่าว

ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณ ยังกล่าวว่า ในสัปดาห์นี้จะเดินทางไปสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอรายชื่อคนที่ให้การรับรองรองประธานสภา ว่ามีใครบ้าง และจะพิจารณาอีกครั้งว่า คนที่ยกมือให้และเคยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เข้าข่ายผิดจริยธรรมหรือไม่ หากเห็นว่าผิดจะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบจริยธรรม ส.ส.ดังกล่าวในสัปดาห์ถัดไป

นอกจากนี้ นายศรีสุวรรณ ได้กล่าวถึง กรณี นายรอมฏอน ปันจอร์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 20 ของพรรคก้าวไกล แสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยการชู 3 นิ้วขึ้นมา หลังเสร็จสิ้นรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 3 ก.ค.66 ปรากฎอยู่ภาพถ่ายหมู่ของ ส.ส.ในพรรค ว่า

คนเหล่านี้แสดงพฤติการณ์ที่ไม่บังควร งานนี้เป็นงานรัฐพิธีนับเป็นเกียรติตนเองที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ประชาชนอุตส่าห์ไว้วางใจให้มาทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ แต่กลับมาแสดงพฤติกรรมที่สะท้อนให้เห็นก้นบึ้งหรือแนวคิดของตนเอง ในการชู 3 นิ้วในสถานที่รัฐพิธี คิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อ ไม่เหมาสม และอาจจะเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงด้วยซ้ำไป เรื่องนี้อาจจะนำไปร้อง ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบด้วยเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

วันนอร์ ยืนยัน จะเป็นประธานสภาที่เป็นกลางทางการเมืองประวัติ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” แคนดิเดตประธานสภา รัฐบาล 2566