“อิ๊งค์” ย้อนความหลัง เป็นนายกฯ 1 ปี ทำอะไรให้คนไทยบ้าง ?
บวรวัฒน์ อีจัน
3 ตุลาคม 2568

ภายหลัง (29 ส.ค. 68) ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งวินิจฉัยให้ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เซ่นปมคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จเตโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา นับเป็นจุดเริ่มต้นของความสูญเสียการเป็นรัฐบาล พรรคเพื่อไทย ในรอบ 2 ปี ต่อเนื่องจากยุคนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เหตุนี้เองส่งแรงสะเทือนไปถึงความเชื่อมั่นของผู้สนับสนุน ที่มีต่อพรรค

(2 ต.ค. 68) เฟซบุ๊ก พรรคเพื่อไทย โพสต์วิดีโอของ แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 31 เปิดเผยผลงานตลอด 2 ปีในการเป็นรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ยังมีภารกิจติดค้างอยู่ พร้อมเสนอซีรีส์ “เพื่อไทยจะกลับมา” เรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน จะเข้าไปสานต่องานที่ทำไว้
โพสต์ระบุว่า
ในระยะเวลาการทำงาน 2 ปี ของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยได้เข้าขับเคลื่อนนโยบาย และเข้ารับมือกับวิกฤติการณ์ รวมถึงเข้าคลี่คลายปัญหาต่างๆ โดยมีคำมั่นสัญญาหลักที่เราได้ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน คือการมีคุณภาพชีวิตและการกินดีอยู่ดีเป็นปลายทางสำคัญ แม้ว่าเราจะต้องหยุดการทำงานโดยฉับพลัน แต่พรรคเพื่อไทยยังมีภารกิจที่ได้ทำค้างไว้ ในโอกาสนี้ พรรคเพื่อไทยจึงเสนอ ‘เพื่อไทยจะกลับมา’ ซีรีส์ที่จะรวบรวมเสียงของคนเพื่อไทยที่มีโอกาสได้ทำงานตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการยืนยันความพร้อมและเป็นการให้คำมั่นกับพี่น้องประชาชนว่า เราจะกลับไปเดินหน้าและสานต่องานที่ได้ทำไว้ เมื่อเราได้รับโอกาสและความไว้วางใจอีกพี่น้องประชาชนอีกครั้ง เสียงแรกที่จะกลับมา คือ เสียงของ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรี คนที่ 31 นายกรัฐมนตรีหญิงที่อายุน้อยที่สุดของประเทศไทย พูดคุยถึงปัญหาความไม่แน่นอนของการเมืองไทย การทำงานท่ามกลางภาวะวิกฤติน้อยใหญ่ ไปจนถึงหลักการสำคัญที่อยู่ในสายเลือดเพื่อไทย ที่ยังคงไหลเวียนสืบเนื่องมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย
วิดีโอดังกล่าว แพทองธาร ชินวัตร ได้พูดถึงประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ โดย แพทองธาร กล่าวเริ่มต้นว่า ประเทศไทยมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีบ่อย เรื่องของการเปลี่ยนรัฐบาล ทำให้เสถียรภาพสั่นคลอน แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำไปตามเนื้อภาพ แต่คนที่ได้รับไม้ต่อเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องวางรากฐานเผื่ออนาคตให้มากที่สุด
1 ปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสรับใช้ประเทศชาติกับการเป็นนายกรัฐมนตรี รู้สึกว่าเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติมาก โดยตอนที่เริ่มเป็นนายกฯ ได้เกิดภัยน้ำท่วมหนักทางภาคเหนือ ซึ่งยังไม่ได้เริ่มแถลงนโยบาย จึงไม่สามารถใช้อำนาจรัฐได้เต็มที่ และเมื่อแถลงเสร็จสิ้นจึงรีบจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น รู้สึกว่าจัดการได้ทันเวลา โดยทุก ๆ ปี ปัญหาน้ำจะเกิดขึ้น ซึ่งเรามองการจัดการอย่างเป็นระบบ จ่ายก้อนใหญ่สักที เพื่อให้น้ำท่วมน้ำแล้งไม่กลับมาอีกต่อไป
เหตุแผ่นดินไหว ที่ไม่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ได้เกิดการเตรียมการที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานกับ ปภ. หรือการติดตั้ง Cell Broadcast เพื่อเตือนประชาชนได้ทันท่วงที ให้รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคืออะไร
เรื่องที่เสียดายจริง ๆ กับประเทศ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า คงเป็นนโยบายที่อยากทำต่อเนื่องมากกว่า อาทิ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และโครงการบ้านเพื่อคนไทย ซึ่งได้ข่าวว่า มีการหยุดทำรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ในส่วนเรื่องที่อยู่ คนไทยควรจะได้อยู่พื้นที่ที่ดี เพื่อจะได้มีแรงในการทำงานต่อไป และต้องเป็นราคาที่จ่ายได้ด้วย ซึ่งยอมรับว่าเสียดายที่ไม่ได้ทำต่อ

โอกาสใหม่ต่อการท่องเที่ยวไทย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นที่ที่ใครก็อยากมาเที่ยว ซึ่งเรามองถึงว่า อีก 10 20 30 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไรต่อ ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลของเศรษฐา ทวีสิน ทำต่อกันมาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น โครงการ F1 หรือ Tomorrow’s Land ที่เราอยากจะหาการท่องเที่ยวแบบ Man Made Destination เข้ามาในประเทศ ยกตัวอย่าง ประเทศสิงคโปร์ที่มี F1 มี Entertainment Complex มีกาสิโนใหญ่ ทุกคนเข้าไปต้องพกพาสปอร์ต แต่ตอนนี้เข้าไปคงไม่ได้แล้ว เพราะเป็นบุคคลการเมือง เนื่องจากสิงคโปร์ Strick มากว่าใครมีสิทธิ์จะเข้าได้บ้าง จึงอยากให้ประเทศไทยมีบ้าง ซึ่งถ้า F1 จะมา ต้องมีเวลา Setup 1 เดือน กว่าทั้งหมดจะมาติดตั้งระบบต่าง ๆ ซึ่งสัปดาห์นี้ที่มีนั้น รับรองว่าโรงแรมจะเต็มเอี๊ยด นี่แหละคือ Flow เศรษฐกิจที่จะเข้ามา และเมื่อไหร่ พรรคเพื่อไทย ได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะดันสิ่งเหล่านี้ต่อแน่นอน
ประเด็น 30 บาทรักษาทุกโรค สู่ 30 บาทรักษาทุกที่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า อย่างโครงการสาธารณสุข นับตั้งแต่รัฐบาลไทยรักไทย ทำ 30 บาทรักษาทุกโรค คนบอกว่าจะเคลมเรื่องนี้ไม่เลิก ไม่เลิกค่ะ เลิกไม่ได้ ทุกวันนี้ยังใช้กันอยู่เลย ถ้าทุกวันนี้เลิกใช้เราก็เลิกเคลม แต่ว่า 20 ปีมาแล้ว 30 บาทรักษาทุกโรคต้องปรับปรุงครั้งใหญ่ เราจึงทำ 30 บาทรักษาทุกที่ เพราะค่าจ้าง ค่าแรงของคนแต่ละวันมีความหมาย เขาต้องเสียเวลาทั้งวันต่อคิว ไม่รู้จะได้รักษาเมื่อไหร่ ซึ่งเป็นความยากต่อการได้รับการรักษาอันนี้ จึงเกิด 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อให้สาธารณสุขเข้าถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ให้ได้มากที่สุด
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก พรรคเพื่อไทย